คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.41/2569

#ฎีกาศึกษา #ทนายความ
⚖️🏡 สรุปคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 41/2569
📌 เรื่อง

การเพิกถอนชื่อออกจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกผู้ใหญ่บ้าน
กรณีมีชื่อในทะเบียนบ้าน แต่ “ไม่ได้พักอาศัยอยู่เป็นประจำ” ในหมู่บ้านนั้นจริง

📚 ประเด็นข้อกฎหมาย

1️⃣ คำว่า “ภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ประจำ” ตามมาตรา 11 (4) แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช 2457 จะต้องพิจารณาเพียงการมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หรือจะต้องดูข้อเท็จจริงเรื่องการอยู่อาศัยจริงประกอบด้วย

2️⃣ หากในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกผู้ใหญ่บ้าน มีชื่อของผู้ไม่มีสิทธิเลือกอยู่ “ผู้มีสิทธิเลือกหรือเจ้าบ้าน” มีสิทธิ “ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอ” เพื่อขอให้ถอนชื่อดังกล่าวได้หรือไม่

📝 ข้อเท็จจริง

ผู้ฟ้องคดีย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบล ค. อำเภอ ย. จังหวัด ป. เพื่อเข้าร่วมกลุ่มอาชีพเลี้ยงโคเนื้อของหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่ง

ต่อมามีการประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกผู้ใหญ่บ้าน นาย ม. ซึ่งเป็นผู้นำศาสนาและเป็นบุคคลในพื้นที่ ได้ยื่นหนังสือคัดค้านต่อนายอำเภอว่า ผู้ฟ้องคดีกับพวกรวม 57 คน ย้ายชื่อเข้ามาโดยมิได้อาศัยอยู่ในพื้นที่จริง

🔎 ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่สำคัญ

“คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง” ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วพบว่า “สภาพพื้นที่และจำนวนผู้อยู่อาศัยตามที่กล่าวอ้างไม่สอดคล้องกัน” และพยานในพื้นที่ให้ถ้อยคำในทำนองว่า “ไม่พบผู้ฟ้องคดีใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนตามปกติ” หรือ “มาร่วมกิจกรรมปฏิบัติศาสนกิจในพื้นที่”

นายอำเภอจึงมีคำสั่งถอนชื่อผู้ฟ้องคดีออกจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือก ผู้ฟ้องคดีจึงฟ้องคดีต่อศาลเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว

⚖️ คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 41/2569 วินิจฉัยว่า

ศาลวางหลักว่า คำว่า “ภูมิลำเนา” ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช 2457 หมายถึง “แหล่งอันเป็นที่พักอาศัยอย่างสำคัญ” หรือเป็นสถานที่ “กินอยู่หลับนอนเป็นปกติวิสัย” ในลักษณะเดียวกันกับถิ่นที่อยู่ประจำ และต้องมีความสัมพันธ์หรือมีกิจกรรมความผูกพันทางสังคมร่วมกันในลักษณะของการเป็นสมาชิกหรือคนในหมู่บ้าน

ดังนั้น สมาชิกในหมู่บ้านซึ่งจะเป็นผู้มีสิทธิเลือกผู้ใหญ่บ้าน “จึงมิใช่บุคคลที่เป็นเพียงผู้มีรายชื่อในทะเบียนราษฎร” หรือเข้ามาเกี่ยวข้องกับหมู่บ้านในลักษณะ “เข้าไปเย็นกลับ” เข้ามาอยู่ชั่วคราว หรือเลือกเอาหมู่บ้านนั้นเป็นภูมิลำเนาไว้ แต่ไม่ได้พักอาศัยอยู่จริง

เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ฟ้องคดีมีที่อยู่อาศัยกินอยู่หลับนอนสับเปลี่ยนกันไปมาโดยมิได้อาศัยอยู่เป็นประจำในพื้นที่ การย้ายเข้ามามีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านจึงเป็นเพียงการย้ายเข้าเพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ในการเข้าร่วมกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อเท่านั้น กรณีจึงถือได้ว่า “ผู้ฟ้องคดีขาดคุณสมบัติตามมาตรา 11 (4)”

🏛️ ในเรื่องการถอนชื่อออกจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกผู้ใหญ่บ้าน ศาลอธิบายตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการเลือกผู้ใหญ่บ้าน พ.ศ. 2551 ข้อ 31 ว่า

✅ หากพบว่าในบัญชีรายชื่อมีชื่อของผู้ไม่มีสิทธิเลือก
“นายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร” มีอำนาจถอนชื่อให้ถูกต้องได้

✅ และที่สำคัญ
หาก “ผู้มีสิทธิเลือกหรือเจ้าบ้าน” เห็นว่าในบัญชีรายชื่อมีชื่อของผู้ไม่มีสิทธิเลือก
ก็สามารถ “ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอ”
เพื่อขอให้ถอนชื่อของผู้ไม่มีสิทธิเลือกให้ถูกต้องได้เช่นกัน

📌 จุดนี้สำคัญมาก เพราะกฎหมาย “มิได้ให้อำนาจเฉพาะนายทะเบียนเท่านั้น”
แต่ยังเปิดช่องให้ “ผู้มีสิทธิเลือกหรือเจ้าบ้าน” ใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อฝ่ายปกครองได้โดยตรงด้วย

🔚 ผลคดี

ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วยกับศาลปกครองชั้นต้นที่พิพากษา “ยกฟ้อง”
จึง “พิพากษายืน”

✅ สรุป

การมีสิทธิเลือกผู้ใหญ่บ้าน ไม่ได้ดูแค่ว่า “มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน” เท่านั้น แต่ต้องดูว่า บุคคลนั้น “พักอาศัยกินอยู่หลับนอนอยู่จริงเป็นปกติวิสัย” และมี “ความผูกพันทางสังคมกับหมู่บ้านจริง” หรือไม่

ถ้ามีเพียงชื่อในทะเบียนบ้าน แต่ไม่ได้อยู่จริง หรืออยู่เพียงเพื่อให้เข้าเงื่อนไขบางอย่าง ก็อาจถือว่า “ขาดคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิเลือกผู้ใหญ่บ้าน” ได้

อีกประเด็นสำคัญที่นักกฎหมายควรทราบคือ หากพบว่ามีชื่อของผู้ไม่มีสิทธิเลือกอยู่ในบัญชีรายชื่อ “ผู้มีสิทธิเลือกหรือเจ้าบ้านยื่นคำร้องต่อนายอำเภอได้” เพื่อขอให้ถอนชื่อดังกล่าวให้ถูกต้องตามกฎหมาย

📖 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช 2457 มาตรา 11 (4)

ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการเลือกผู้ใหญ่บ้าน พ.ศ. 2551 ข้อ 31

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า