คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.94/2569

#ฎีกาศึกษา #ทนายความ

⚖️📘 สรุปคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 94/2569

📌 เรื่อง

การพิจารณาคุณสมบัติเรื่องภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นประจำของผู้สมัครรับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้าน กรณีรื้อถอนบ้านเพื่อปลูกสร้างใหม่ในที่ดินเดิม

📚 ประเด็นข้อกฎหมาย

ผู้สมัครรับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านซึ่งรื้อถอนบ้านตามทะเบียนบ้านเพื่อปลูกสร้างใหม่ในที่ดินเดิม และระหว่างก่อสร้างได้ไปพักอาศัยอยู่กับบุตรในหมู่บ้านใกล้เคียงเป็นการชั่วคราว โดยไม่ปรากฏเจตนาชัดแจ้งว่าจะเปลี่ยนภูมิลำเนา จะถือว่าขาดคุณสมบัติเรื่อง “มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นประจำ” ตามมาตรา 12 (3) แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช 2457 หรือไม่

📝 ข้อเท็จจริง

อำเภอแห่งหนึ่งประกาศให้มีการเลือกผู้ใหญ่บ้าน โดยมีผู้สมัคร 2 ราย คือ ผู้ฟ้องคดี และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3

ต่อมาคณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติเห็นว่า บ้านตามทะเบียนบ้านของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ถูกรื้อถอนไปแล้วโดยมิได้แจ้งต่อนายทะเบียน และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ไปพักอาศัยอยู่กับบุตรชายในหมู่บ้านอื่นที่อยู่ใกล้เคียงกัน

นายอำเภอจึงวินิจฉัยว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ขาดคุณสมบัติ และมีคำสั่งแต่งตั้งผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ใหญ่บ้าน

แต่ต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดวินิจฉัยอุทธรณ์ว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ไม่ขาดคุณสมบัติ เพราะการรื้อถอนบ้านเดิมเกิดจากสภาพบ้านทรุดโทรมจากปลวกกัดกิน และมีความประสงค์จะปลูกสร้างบ้านใหม่ในที่ดินเดิม อีกทั้งในเวลากลางวันยังคงเข้ามาประกอบอาชีพทำสวนปาล์มในบริเวณเดิมทุกวัน

🚨 ภายหลังนายอำเภอจึงเพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งผู้ฟ้องคดี

🚨 และกำหนดให้มีการเลือกผู้ใหญ่บ้านใหม่

⚖️ ผู้ฟ้องคดีจึงนำคดีมาฟ้องต่อศาล

⚖️ คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 94/2569 วินิจฉัยว่า

ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า

“ภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ประจำ ตามมาตรา 12 (3) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงหมายถึง ถิ่นที่อยู่อันบุคคลนั้นใช้เป็นสถานที่อยู่เป็นหลักแหล่งสำคัญประจำในการดำรงชีวิต ซึ่งเป็นบ้านที่พักอาศัยอยู่เป็นประจำในหมู่บ้านนั้น เพื่อให้ผู้ที่ได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านสามารถปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลทุกข์สุขของราษฎร และรักษาความสงบเรียบร้อยภายในหมู่บ้านนั้นได้โดยสะดวกตรงตามความมุ่งหมายของกฎหมาย”

อีกทั้งศาลย้ำหลักสำคัญว่า

“ภูมิลำเนาย่อมเปลี่ยนไปด้วยการย้ายถิ่นที่อยู่ พร้อมทั้งเจตนาปรากฏชัดแจ้งว่าจะเปลี่ยนภูมิลำเนา”

และเมื่อคดีนี้

“ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ได้แสดงเจตนาที่ชัดแจ้งว่าจะเปลี่ยนภูมิลำเนา จึงต้องถือว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ยังคงมีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน”

แม้บ้านเดิมจะถูกรื้อถอนไป และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 จะไปพักอาศัยหลับนอนที่บ้านบุตรชายซึ่งอยู่ใกล้เคียงเป็นการชั่วคราว แต่ในเวลากลางวันยังคงไปประกอบอาชีพทำสวนปาล์มในบริเวณที่ดินเดิมตลอดมา และต่อมาก็ได้ปลูกสร้างบ้านหลังใหม่บนที่ดินเดิมเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ศาลจึงเห็นว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ยังถือได้ว่ามีภูมิลำเนาอยู่ ณ บ้านเลขที่เดิม และยังเป็นผู้มีคุณสมบัติสมัครรับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านได้

ดังนั้น การที่นายอำเภอเพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งผู้ฟ้องคดี และกำหนดให้มีการเลือกผู้ใหญ่บ้านใหม่ จึงเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย

✅ สรุป

การรื้อถอนบ้านเพื่อปลูกสร้างใหม่ในที่ดินเดิม แล้วไปพักอาศัยในพื้นที่ใกล้เคียงเป็นการชั่วคราว ยังไม่ทำให้ขาดคุณสมบัติเรื่องภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นประจำ ถ้ายังไม่ปรากฏว่าเจ้าตัวมีเจตนาชัดแจ้งจะเปลี่ยนภูมิลำเนา

พูดง่าย ๆ คือ
🏡 ย้ายไปอยู่ชั่วคราว ไม่เท่ากับ
📍 ย้ายภูมิลำเนาถาวร

หากยังผูกพันกับพื้นที่เดิม ยังทำมาหากินอยู่ในที่เดิม และสุดท้ายกลับมาปลูกสร้างบ้านใหม่ในที่ดินเดิม ก็ยังถือว่ามีภูมิลำเนาอยู่ในหมู่บ้านนั้นได้

⚖️ ผลคดี

ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ไม่ขาดคุณสมบัติ ในการสมัครรับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้าน เพราะยังคงมีภูมิลำเนาอยู่ในหมู่บ้านเดิม

ดังนั้น การที่นายอำเภอ เพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งผู้ฟ้องคดี และ กำหนดให้มีการเลือกผู้ใหญ่บ้านใหม่ จึงเป็นคำสั่งที่ ชอบด้วยกฎหมาย

📖 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช 2457 มาตรา 12 (3)

พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 29

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 37 และมาตรา 41

#เพจฎีกาศึกษา #กฎหมายปกครอง #ผู้ใหญ่บ้าน #ภูมิลำเนา #ถิ่นที่อยู่ประจำ #คุณสมบัติผู้สมัครผู้ใหญ่บ้าน #ศาลปกครองสูงสุด
แชร์บทความนี้:

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า