ฎีกาที่ 2882/2563

⚖️📘 สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2882/2563

📌 เรื่อง

อายุความฟ้องเรียกเงินส่วนขาดจากการขายทอดตลาด
และความรับผิดของผู้ประมูลที่ชนะแล้วไม่ชำระราคา

📚 ประเด็นข้อกฎหมาย

  1. การฟ้องเรียกเงินส่วนขาดจากการขายทอดตลาดตาม ป.พ.พ. มาตรา 516 ซึ่งกฎหมายไม่ได้บัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะ มีกำหนดอายุความกี่ปี
  2. อายุความคดีลักษณะนี้เริ่มนับตั้งแต่วันใด ระหว่างวันที่ผู้ประมูลครั้งแรกผิดนัดไม่ชำระราคา กับวันที่ผู้สู้ราคาสูงสุดรายหลังชำระราคาครบถ้วนจนการขายทอดตลาดเสร็จสมบูรณ์
  3. เงินส่วนขาดจากการขายทอดตลาดที่ผู้ประมูลเดิมต้องรับผิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 516 เป็นความรับผิดตามกฎหมายโดยตรง หรือเป็นเบี้ยปรับที่ศาลลดลงได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 383 วรรคหนึ่ง

📝 ข้อเท็จจริง

โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและเป็นเจ้าหนี้ผู้รับจำนองที่ดิน 3 แปลงของลูกหนี้ตามคำพิพากษา จึงนำยึดที่ดินออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2548 จำเลยเป็นผู้สู้ราคาสูงสุดในการขายทอดตลาดครั้งแรก เป็นเงิน 70,500,000 บาท และวางเงินมัดจำ 50,000 บาท แต่ไม่ชำระราคาส่วนที่เหลือภายในกำหนด เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงริบมัดจำและนำที่ดินออกขายทอดตลาดใหม่

ต่อมาผู้ประมูลครั้งที่สองก็ไม่ชำระราคาและถูกริบมัดจำอีกเช่นกัน จนกระทั่งมีผู้ประมูลรายหลังเข้าประมูลสู้ราคาสูงสุด 50,000,000 บาท และ “ชำระราคาครบถ้วนเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2549 การขายทอดตลาดจึงเสร็จสมบูรณ์ในวันดังกล่าว” แล้วโจทก์จึงฟ้องเรียกเงินส่วนที่ขาดจากการขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2559

⚖️ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2882/2563 วินิจฉัยว่า

ประเด็นที่ 1 อายุความมีกำหนดกี่ปี

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การเรียกเงินราคาในส่วนที่ขาดจากการขายทอดตลาดตาม ป.พ.พ. มาตรา 516 เป็นกรณี “ไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงต้องนำบทบัญญัติอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 มาใช้บังคับ”

ประเด็นที่ 2 อายุความเริ่มนับตั้งแต่วันใด

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มาตรา 193/12 บัญญัติว่า “อายุความให้เริ่มนับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไป” ซึ่งคดีนี้ หลังจากจำเลยประมูลซื้อที่ดินพิพาทในราคาสูงสุดแล้วละเลยเสียไม่ชำระราคา เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องนำที่ดินพิพาททั้งสามแปลงออกขายทอดตลาดซ้ำอีกถึงสองครั้ง เพราะผู้ประมูลครั้งที่สองก็ไม่ชำระราคาและถูกริบมัดจำเช่นเดียวกัน จนกระทั่งผู้สู้ราคาสูงสุดรายหลัง “ชำระราคาครบถ้วนเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2549 การขายทอดตลาดจึงเสร็จสมบูรณ์ในวันดังกล่าว” จึงต้องถือว่า อายุความเริ่มนับแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2549 เพราะเป็นวันที่ผู้สู้ราคาสูงสุดได้ชำระราคาครบถ้วน และเป็นวันที่โจทก์ “อาจบังคับสิทธิเรียกร้องให้จำเลยรับผิดชำระเงินในส่วนที่ขาดจากการขายทอดตลาดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 516 ได้เป็นต้นไป มิใช่นับแต่วันที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเคาะไม้ขายและทำสัญญาซื้อขาย” ตามที่จำเลยฎีกา

ดังนั้น เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่า “นับแต่วันดังกล่าวไม่เกิน 10 ปี ฟ้องโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ”

ประเด็นที่ 3 เงินส่วนขาดเป็นเบี้ยปรับหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ป.พ.พ. มาตรา 516 บัญญัติว่า “ถ้าผู้สู้ราคาสูงสุดละเลยเสียไม่ใช้ราคาไซร้ ท่านให้ผู้ทอดตลาดเอาทรัพย์สินนั้นออกขายอีกซ้ำหนึ่ง ถ้าและได้เงินเป็นจำนวนสุทธิไม่คุ้มราคาและค่าขายทอดตลาดชั้นเดิม ผู้สู้ราคาเดิมคนนั้นต้องรับผิดในส่วนที่ขาด” การที่จำเลยซึ่งเป็นผู้สู้ราคาคนเดิมต้องรับผิดชำระราคาส่วนที่ขาด จึงเป็นความรับผิดตามบทบัญญัติของกฎหมาย ซึ่งกำหนดจำนวนไว้แน่นอนแล้วว่าเป็นส่วนต่างระหว่างราคาที่ผู้สู้ราคาคนเดิมเสนอกับราคาที่ขายได้ในครั้งหลัง

แม้ในหนังสือสัญญาซื้อขายที่จำเลยทำกับเจ้าพนักงานบังคับคดีจะมีข้อความให้จำเลยรับผิดชดใช้เต็มจำนวนหากขายทอดตลาดครั้งหลังได้ราคาต่ำกว่าครั้งก่อน ข้อตกลงดังกล่าวก็ “เป็นเพียงการนำเงื่อนไขตามหลักกฎหมายข้างต้นมาระบุไว้ในสัญญาเท่านั้น มิได้มีลักษณะเป็นการตกลงกำหนดค่าเสียหายกันไว้ล่วงหน้าแต่อย่างใด” ราคาส่วนที่ขาดที่จำเลยต้องรับผิดชำระจึง “ไม่เป็นเบี้ยปรับ ที่ศาลจะลดลงได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 วรรคหนึ่ง”

✅ สรุป

คดีนี้วางหลักว่า การฟ้องเรียกเงินส่วนขาดจากการขายทอดตลาดตาม ป.พ.พ. มาตรา 516 เป็นกรณีที่ไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงใช้อายุความ 10 ปี และในคดีนี้ อายุความเริ่มนับแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2549 ซึ่งเป็นวันที่ผู้สู้ราคาสูงสุดรายหลังชำระราคาครบถ้วนและการขายทอดตลาดเสร็จสมบูรณ์ อันเป็นวันที่โจทก์ “อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้” อีกทั้งราคาส่วนที่ขาดที่ผู้ประมูลเดิมต้องรับผิดนั้นเป็นความรับผิดตามกฎหมายโดยตรง “ไม่เป็นเบี้ยปรับ” ที่ศาลจะลดลงได้

📌 ผลคดี

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยชำระเงิน 16,950,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

📚 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/12
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 516

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า