⚖️ ค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา
จำเลยแบบใดจึงมีสิทธิ ได้อะไรบ้าง จำนวนเท่าใด และต้องยื่นคำขออย่างไร
หลายคนอาจเข้าใจว่า
ถ้าศาลยกฟ้อง หรือภายหลังปรากฏว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิด
เรื่องก็จบลงเพียงเท่านั้น
แต่ในความเป็นจริง
กฎหมายไทยยังวางหลักให้รัฐช่วยเหลือ จำเลยในคดีอาญา ได้ด้วย
ในกรณีที่จำเลยถูกดำเนินคดี ถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดี
และต่อมาปรากฏชัดว่า จำเลยมิได้เป็นผู้กระทำความผิด
หรือการกระทำนั้นไม่เป็นความผิด
หลักกฎหมายส่วนนี้มีความสำคัญมาก
เพราะการตกเป็นจำเลยในคดีอาญา
โดยเฉพาะกรณีที่ถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดี
ย่อมกระทบทั้งเสรีภาพ สุขภาพ ชื่อเสียง รายได้
รวมถึงค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ดังนั้น หากเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย
จำเลยหรือผู้มีสิทธิแทนจำเลย
ย่อมมีสิทธิยื่นคำขอรับ ค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ได้
📌 จำเลยแบบใดจึงมีสิทธิได้รับค่าทดแทนและค่าใช้จ่าย
กฎหมายไม่ได้ให้สิทธินี้แก่จำเลยทุกคนที่ชนะคดีโดยอัตโนมัติ
แต่ต้องเข้าเงื่อนไขสำคัญหลายประการพร้อมกัน คือ
1. ต้องเป็นจำเลยในคดีอาญา
หมายความว่า ต้องถูกฟ้องเป็นคดีต่อศาลแล้ว
ไม่ใช่เพียงถูกกล่าวหาในชั้นสอบสวนเท่านั้น
2. ต้องเป็นคดีที่พนักงานอัยการเป็นผู้ดำเนินคดี
สิทธินี้ใช้กับกรณีที่จำเลยถูกดำเนินคดีโดยพนักงานอัยการ
จึงไม่ใช่คดีอาญาทุกประเภทในทุกลักษณะ
3. ต้องถูกคุมขังในระหว่างการพิจารณาคดี
ข้อนี้เป็นเงื่อนไขสำคัญมาก
เพราะกฎหมายมุ่งเยียวยาความเสียหายจากการที่จำเลยถูกคุมขัง
ในระหว่างที่คดียังไม่สิ้นสุด
4. ต่อมาปรากฏชัดว่า จำเลยมิได้เป็นผู้กระทำความผิด หรือการกระทำนั้นไม่เป็นความผิด
เช่น
ศาลอนุญาตให้ถอนฟ้อง เพราะปรากฏหลักฐานว่าจำเลยมิได้เป็นผู้กระทำความผิด
มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าจำเลยมิได้เป็นผู้กระทำความผิด
หรือมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าการกระทำนั้นไม่เป็นความผิด
ดังนั้น หากขาดเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง
ก็อาจไม่มีสิทธิได้รับค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายตามกฎหมายนี้
⚠️ จุดที่ต้องเข้าใจให้ชัด
กฎหมายใช้ถ้อยคำว่า
“ถูกคุมขังในระหว่างการพิจารณาคดี”
จึงหมายความว่า
สิทธินี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะถูกจับ ถูกกล่าวหา หรือถูกดำเนินคดีเท่านั้น
แต่ต้องถึงขั้นเป็นจำเลยในคดีอาญา
และถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดีด้วย
นี่จึงเป็นหัวใจสำคัญของสิทธิในการขอรับความช่วยเหลือ
💰 จำเลยมีสิทธิได้รับอะไรบ้าง
หากจำเลยเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย
รายการที่อาจขอรับได้ มีดังนี้
ค่าทดแทนการถูกคุมขัง
ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการรักษาพยาบาล
ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจ
ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้
ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำเนินคดี
ค่าทดแทนกรณีจำเลยถึงแก่ความตายอันเป็นผลโดยตรงจากการถูกดำเนินคดี
อย่างไรก็ดี
แม้จำเลยจะเข้าเกณฑ์ได้รับความช่วยเหลือ
ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเต็มจำนวนทุกรายการเสมอไป
เพราะคณะกรรมการยังต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงของแต่ละคดี
ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
และความเหมาะสมตามกฎหมายอีกชั้นหนึ่ง
🔒 ค่าทดแทนการถูกคุมขัง
รายการสำคัญที่สุดคือ ค่าทดแทนการถูกคุมขัง
หลักการคือ
ให้คำนวณตาม จำนวนวันที่จำเลยถูกคุมขังจริง
ในระหว่างการพิจารณาคดี
ปัจจุบัน ใช้อัตรา วันละ 500 บาท
กล่าวโดยง่ายคือ
หากถูกคุมขังจำนวนกี่วัน
ก็นำจำนวนวันนั้นมาคำนวณตามอัตราดังกล่าว
ยิ่งถูกคุมขังนาน
ความเสียหายต่อเสรีภาพและการดำรงชีวิตยิ่งมาก
ค่าทดแทนส่วนนี้ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามจำนวนวัน
🏥 ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการรักษาพยาบาล
หากจำเลยได้รับความเจ็บป่วย
อันเป็น ผลโดยตรงจากการถูกดำเนินคดี
กฎหมายเปิดให้ขอรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการรักษาพยาบาลได้
จำนวนเงิน
ให้จ่าย เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
รายการนี้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่จำเป็นจริงเกี่ยวกับการรักษา
ไม่ใช่ความเจ็บป่วยทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องกับการถูกดำเนินคดี
และในส่วนนี้
ยังรวมถึง ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าห้องและค่าอาหาร ได้ด้วย
แต่ ไม่เกินวันละ 1,000 บาท
🧠 ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจ
หากการถูกดำเนินคดีและการคุมขัง
ส่งผลต่อสภาพร่างกายหรือจิตใจของจำเลย
จนจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟู
กฎหมายก็เปิดให้ขอรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้
จำนวนเงิน
ให้จ่าย เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 50,000 บาท
เช่น
ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูร่างกาย
ค่าบำบัดหรือฟื้นฟูสภาพจิตใจ
ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการรักษาต่อเนื่องอันเกิดจากผลกระทบของคดี
และเช่นเดียวกับค่ารักษาพยาบาล
รายการนี้ยังรวมถึง ค่าห้องและค่าอาหาร ได้
แต่ ไม่เกินวันละ 1,000 บาท
💼 ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้
จำเลยที่ถูกดำเนินคดีและถูกคุมขัง
ย่อมได้รับผลกระทบต่อการทำมาหาเลี้ยงชีพโดยตรง
กฎหมายจึงให้สิทธิขอรับ ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้
ในระหว่างที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ตามปกติ
หลักการคำนวณ
ให้คิดตาม อัตราค่าจ้างขั้นต่ำในท้องที่จังหวัดที่จำเลยประกอบการงาน
ณ วันที่ไม่สามารถประกอบการงานได้
จึงไม่ใช่อัตราเหมาจ่ายเท่ากันทุกราย
แต่ผูกกับสภาพการทำงานจริงของจำเลยแต่ละคน
หลักนี้สะท้อนว่า
ความเสียหายจากการถูกดำเนินคดี
ไม่ได้มีเพียงเรื่องเสรีภาพ
แต่ยังรวมถึงการสูญเสียรายได้และโอกาสในการประกอบอาชีพด้วย
🧾 ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำเนินคดี
การต่อสู้คดีอาญา
มักมีค่าใช้จ่ายจำนวนไม่น้อย
กฎหมายจึงให้สิทธิจำเลยขอรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำเนินคดีได้
โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนสำคัญ คือ
1. ค่าทนายความ
ให้จ่าย เท่าที่จ่ายจริง
แต่ต้องไม่เกินอัตราที่กำหนดไว้ในตารางท้ายกฎกระทรวง
อัตราค่าทนายความ
คดีประเภทที่ 1
คดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิต
คดีละ 6,000 บาท
แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
คดีประเภทที่ 2
คดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป แต่ไม่ถึงประหารชีวิต
รวมถึงคดีที่มีหลายกรรมหลายกระทง ซึ่งแต่ละกระทงมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วเกิน 10 ปี
คดีละ 5,000 บาท
แต่ไม่เกิน 80,000 บาท
คดีประเภทที่ 3
คดีอื่นนอกจากคดีประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2
คดีละ 4,000 บาท
แต่ไม่เกิน 40,000 บาท
2. ค่าใช้จ่ายอื่นในการดำเนินคดี
ให้จ่าย เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท
เช่น ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการต่อสู้คดี
และสามารถแสดงได้ว่าเกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีนั้นโดยตรง
⚰️ กรณีจำเลยถึงแก่ความตาย
หากจำเลยถึงแก่ความตาย
และความตายนั้นเป็น ผลโดยตรงจากการถูกดำเนินคดี
กฎหมายก็เปิดให้มีการเยียวยาได้เช่นกัน
จำนวนเงิน
ให้จ่ายได้ ไม่เกิน 300,000 บาท
วงเงินนี้เป็นเพดานรวม
โดยอาจรวมถึงเรื่องอย่างเช่น
ค่าจัดการศพ
ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู
หรือความเสียหายอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับการตายของจำเลย
ทั้งนี้ ต้องเป็นกรณีที่ความตายนั้นมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการถูกดำเนินคดี
👨👩👧👦 ใครมีสิทธิยื่นคำขอได้บ้าง
ผู้มีสิทธิยื่นคำขอ
ไม่ได้มีเฉพาะตัวจำเลยเท่านั้น
แต่รวมถึง ทายาท ด้วยในกรณีที่จำเลยถึงแก่ความตาย
โดยทั่วไป
ทายาทที่เกี่ยวข้องอาจรวมถึงบุคคล เช่น
ผู้สืบสันดาน
ผู้บุพการี
คู่สมรส
บุคคลซึ่งให้อุปการะหรืออยู่ในอุปการะของจำเลย
อย่างไรก็ตาม
ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ที่มีสิทธิตามกฎหมาย
และเกี่ยวข้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
⏳ ต้องยื่นคำขอภายในเมื่อใด
การยื่นคำขอรับค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา
ต้องยื่น ภายใน 1 ปี
โดยนับแต่วันใดวันหนึ่งดังต่อไปนี้
วันที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้อง เพราะปรากฏหลักฐานว่าจำเลยมิได้เป็นผู้กระทำความผิด
วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าจำเลยมิได้เป็นผู้กระทำความผิด
วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด
หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว
ก็อาจหมดสิทธิยื่นคำขอได้
✍️ หากจำเลยมายื่นเองไม่ได้ ยื่นแทนได้หรือไม่
หากจำเลยไม่สามารถยื่นคำขอด้วยตนเอง
กฎหมายเปิดช่องให้บุคคลอื่นยื่นแทนได้ในบางกรณี
เช่น ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล หรือผู้มีอำนาจยื่นแทนตามที่กฎหมายกำหนด
ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น
เช่น เจ็บป่วย สูงอายุ ทุพพลภาพ เดินทางไปต่างประเทศ
หรือมีเหตุจำเป็นอื่น
ก็อาจมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นคำขอแทนได้ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
📝 วิธียื่นคำขอ
การยื่นคำขอรับค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา
ต้องยื่น ตามแบบที่ทางราชการกำหนด
พร้อมเอกสารและหลักฐานประกอบคำขอให้ครบถ้วน
เมื่อยื่นคำขอแล้ว
เจ้าหน้าที่จะดำเนินการ เช่น
รับคำขอ
ตรวจสอบเอกสาร
รวบรวมข้อเท็จจริง
เสนอเรื่องให้คณะกรรมการพิจารณา
หากเอกสารไม่ครบถ้วน
เจ้าหน้าที่อาจแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขหรือเพิ่มเติมเอกสารได้
📂 เอกสารประกอบคำขอ
เอกสารสำคัญที่ควรเตรียมไว้ประกอบคำขอ ได้แก่
1. เอกสารประจำตัว
บัตรประจำตัวประชาชน
สำเนาทะเบียนบ้าน
2. เอกสารเกี่ยวกับผลคดี
คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล
หนังสือรับรองคดีถึงที่สุด
เอกสารเกี่ยวกับการคุมขังและการปล่อยตัวเท่าที่มี
3. เอกสารเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย
สัญญาว่าจ้างทนายความ
หลักฐานการชำระค่าทนาย
ใบเสร็จรับเงิน
เอกสารค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดี
4. เอกสารทางการแพทย์
ใบรับรองแพทย์
ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล
เอกสารค่าฟื้นฟูสมรรถภาพ
เอกสารยืนยันความเจ็บป่วยหรือผลกระทบจากการถูกดำเนินคดี
5. กรณีทายาทเป็นผู้ยื่นคำขอ
ใบมรณบัตร
เอกสารแสดงความสัมพันธ์กับจำเลย
บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ยื่นคำขอ
หนังสือมอบอำนาจหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง ถ้ามี
🏢 สถานที่ยื่นคำขอ
โดยทั่วไป สามารถติดต่อยื่นคำขอหรือขอคำแนะนำได้ที่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น
กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
สำนักงานยุติธรรมจังหวัดทั่วประเทศ
เรือนจำและทัณฑสถาน
สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน
ในทางปฏิบัติ
หากอยู่ต่างจังหวัด
การติดต่อ สำนักงานยุติธรรมจังหวัด มักเป็นช่องทางที่สะดวกและใกล้ตัวที่สุด
📬 หลังยื่นคำขอแล้วจะเกิดอะไรขึ้น
เมื่อยื่นคำขอแล้ว
เจ้าหน้าที่จะรับเรื่อง ตรวจสอบเอกสาร และรวบรวมข้อเท็จจริง
จากนั้นจะเสนอเรื่องให้คณะกรรมการพิจารณา
เพื่อวินิจฉัยว่า
จะอนุมัติจ่ายหรือไม่
และจ่ายเป็นจำนวนเท่าใด
ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัย
ยังมีสิทธิ อุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ภายใน 30 วัน
นับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลคำวินิจฉัย
⚠️ ข้อควรระวังสำคัญ
แม้จำเลยจะชนะคดี
ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีสิทธิได้รับค่าทดแทนทุกกรณี
เพราะยังต้องตรวจสอบเงื่อนไขสำคัญให้ครบ เช่น
📍 เป็นคดีที่พนักงานอัยการเป็นผู้ดำเนินคดีหรือไม่
📍 จำเลยถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดีหรือไม่
📍 มีคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งถอนฟ้องตามเงื่อนไขของกฎหมายหรือไม่
📍 ยื่นคำขอภายใน 1 ปีหรือไม่
📍 เอกสารหลักฐานครบถ้วนหรือไม่
และถึงแม้จะเข้าเงื่อนไขแล้ว
จำนวนเงินที่จะได้รับจริง
ก็ยังขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของคดี
ความเสียหายที่พิสูจน์ได้
และดุลพินิจของคณะกรรมการด้วย
🧩 หมายเหตุสำคัญ
สำหรับ คดีอาญาที่มีเหตุเกิดก่อนวันที่กฎกระทรวง พ.ศ. 2569 ใช้บังคับ
อาจต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์เดิมที่ใช้บังคับอยู่ก่อน
จึงควรตรวจสอบช่วงเวลาของเหตุคดีให้ชัดก่อนยื่นคำขอ
✅ สรุป
กฎหมายเรื่อง ค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา
เป็นมาตรการเยียวยาของรัฐ
สำหรับจำเลยที่ถูกดำเนินคดีโดยพนักงานอัยการ
ถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดี
และต่อมาปรากฏชัดว่าไม่ได้กระทำความผิด
หรือการกระทำนั้นไม่เป็นความผิด
สิทธิที่ขอได้ครอบคลุมทั้ง
ค่าทดแทนการถูกคุมขัง
ค่ารักษาพยาบาล
ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพ
ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี
และกรณีจำเลยถึงแก่ความตาย
ดังนั้น หากจำเลยหรือทายาทเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย
ก็ควรรีบตรวจสอบสิทธิและยื่นคำขอภายในกำหนดเวลา
เพื่อไม่ให้เสียสิทธิในการได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ