⚖️ ค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา
ผู้เสียหายแบบใดจึงมีสิทธิ คดีใดเข้าเกณฑ์ ได้เงินเท่าใด และต้องยื่นคำขออย่างไร
📑 สารบัญเนื้อหา
หลายคนเข้าใจว่า เมื่อมีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ พิการ หรือเสียชีวิตจากการกระทำความผิดอาญาของผู้อื่น ก็ย่อมมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐทุกกรณี แต่ในทางกฎหมาย ความจริง ไม่ใช่เช่นนั้นทุกคดี เพราะกฎหมายเรื่อง ค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา มิได้ให้สิทธิแก่ผู้เสียหายในคดีอาญาทุกประเภท หากให้สิทธิเฉพาะกรณีที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมายเท่านั้น ทั้งในเรื่อง สถานะความเป็นผู้เสียหาย ประเภทคดี กำหนดเวลาในการยื่นคำขอ และหลักเกณฑ์การจ่ายเงิน
ดังนั้น เวลาจะพิจารณาว่าใครมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนตามกฎหมายนี้หรือไม่ จึงต้องดูรายละเอียดให้ครบทุกองค์ประกอบ
📌 ผู้เสียหายแบบใดจึงมีสิทธิตามกฎหมายนี้
ผู้ที่จะมีสิทธิขอรับ ค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา ได้ ต้องเป็นบุคคลซึ่งได้รับความเสียหาย ถึงแก่ชีวิต ร่างกาย หรือจิตใจ เนื่องจากการกระทำความผิดอาญาของผู้อื่น
แต่เพียงเท่านั้นยังไม่พอ ยังต้องเป็นกรณีที่ความผิดอาญาดังกล่าว เป็นความผิด ตามรายการที่ระบุไว้ท้ายพระราชบัญญัติ ด้วย และที่สำคัญ ผู้เสียหายต้อง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดนั้น
กล่าวง่าย ๆ คือ ไม่ใช่ว่าผู้ใดได้รับความเสียหายจากเหตุอาญาแล้วจะมีสิทธิทุกคน แต่ต้องเป็นผู้เสียหายที่เข้าเกณฑ์ตามกฎหมายนี้โดยเฉพาะ
🧾 ถ้าผู้เสียหายเสียชีวิต ใครยื่นคำขอได้บ้าง
กฎหมายมิได้จำกัดสิทธิไว้เฉพาะตัวผู้เสียหายเท่านั้น แต่เปิดโอกาสให้ ทายาท ยื่นคำขอได้ด้วย คำว่า ทายาท ในเรื่องนี้ หมายถึงบุคคล เช่น
- ผู้สืบสันดาน
- ผู้บุพการี
- คู่สมรส
- บุคคลซึ่งให้อุปการะหรืออยู่ในอุปการะของผู้เสียหาย
อย่างไรก็ตาม ทายาทที่จะมีสิทธิยื่นคำขอได้ ต้องเป็นทายาทที่ ได้รับผลกระทบจากความเสียหายด้วย ไม่ใช่ว่าทายาททุกคนจะยื่นได้โดยอัตโนมัติ
⚖️ คดีใดบ้างที่อยู่ในรายการท้ายพระราชบัญญัติ
กฎหมายนี้ ไม่ได้ครอบคลุมคดีอาญาทุกประเภท แต่จำกัดเฉพาะความผิดบางฐานที่ระบุไว้ท้ายพระราชบัญญัติเท่านั้น
- 🔥 ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน
ได้แก่ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 224 และมาตรา 238 - 🚺 ความผิดเกี่ยวกับเพศ
ได้แก่ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 ถึงมาตรา 287 - ❤️ ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย
ครอบคลุมความผิดหลายกลุ่ม ได้แก่- ความผิดต่อชีวิต มาตรา 288 ถึงมาตรา 294
- ความผิดต่อร่างกาย มาตรา 295 ถึงมาตรา 300
- ความผิดฐานทำให้แท้งลูก มาตรา 301 ถึงมาตรา 305
- ความผิดฐานทอดทิ้งเด็ก คนป่วยเจ็บ หรือคนชรา มาตรา 306 ถึงมาตรา 308
- 🔓 ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพ
ได้แก่ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 มาตรา 310 มาตรา 311 มาตรา 312 ทวิ และมาตรา 313 - 💰 ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
กฎหมายนี้มิได้ครอบคลุมความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ทุกฐาน แต่เลือกเฉพาะบางฐาน ได้แก่- วิ่งราวทรัพย์ — มาตรา 336
- กรรโชก — มาตรา 337
- ชิงทรัพย์ — มาตรา 339
- ชิงทรัพย์ตามเหตุหนัก — มาตรา 339 ทวิ
- ปล้นทรัพย์ — มาตรา 340
- ปล้นทรัพย์ตามเหตุหนัก — มาตรา 340 ทวิ
- 🚪 ความผิดฐานบุกรุก
ได้แก่ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365
💡 สรุปประเด็นสำคัญเรื่องประเภทคดี
แม้บุคคลใดจะได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการกระทำของผู้อื่นจริง แต่ถ้าคดีนั้น ไม่อยู่ในรายการท้ายพระราชบัญญัติ ก็อาจไม่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนตามกฎหมายนี้ ดังนั้น การตรวจสอบว่าเป็นคดีตามรายการท้ายพระราชบัญญัติหรือไม่ จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก
💵 จำนวนเงินค่าตอบแทนผู้เสียหายตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2569
ปัจจุบันใช้ กฎกระทรวงการจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2569 ซึ่งกำหนดอัตราและหลักเกณฑ์การจ่ายไว้ใหม่
⚰️ 1. กรณีผู้เสียหายถึงแก่ความตาย
กรณีผู้เสียหายถึงแก่ความตาย ให้คณะกรรมการพิจารณาจ่าย ค่าตอบแทนไม่เกิน 300,000 บาท โดยวงเงินดังกล่าว รวมถึง
- ค่าจัดการศพ
- ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู
- ค่าเสียหายอื่น
กล่าวคือ ปัจจุบันใช้หลักเป็น วงเงินรวมก้อนเดียวไม่เกิน 300,000 บาท
🏥 2. ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการรักษาพยาบาล
ให้จ่าย เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท และให้รวมถึง
- ค่าห้อง
- ค่าอาหาร
แต่รวมแล้วต้อง ไม่เกินวันละ 1,000 บาท
🧠 3. ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจ
ให้จ่าย เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 50,000 บาท รายการนี้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูทั้งทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงค่าห้องและค่าอาหารได้เช่นกัน โดยอยู่ภายในอัตรา ไม่เกินวันละ 1,000 บาท
💼 4. ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้
ให้จ่ายตามอัตรา ค่าจ้างขั้นต่ำในท้องที่จังหวัดที่ผู้เสียหายประกอบการงาน ณ วันที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ คิดเป็น รายวัน และจ่ายได้ ไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ตามปกติ
📍 5. ค่าตอบแทนความเสียหายอื่น
เป็นค่าตอบแทนนอกจาก
- ค่ารักษาพยาบาล
- ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจ
- ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้
โดยคณะกรรมการจะพิจารณาตามความเหมาะสม จากความเสียหายทางร่างกายหรือจิตใจ หรือความเสียหายอื่น ให้จ่ายได้ ไม่เกิน 100,000 บาท
♿ 6. ค่าตอบแทนกรณีพิการ ทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะ หรือสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะ
กรณีนี้กฎกระทรวงกำหนดอัตราไว้โดยละเอียด ดังนี้
- พิการหรือทุพพลภาพโดยสูญเสียอวัยวะหลายส่วน หรือสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะหลายส่วน จนเป็นอุปสรรคสำคัญยิ่งต่อการประกอบอาชีพหรือการดำรงชีวิต 300,000 บาท
- สูญเสียแขนข้างหนึ่ง 285,000 บาท
- สูญเสียขาข้างหนึ่ง 225,000 บาท
- สูญเสียมือข้างหนึ่ง 175,000 บาท
- สูญเสียเท้าข้างหนึ่ง 150,000 บาท
- สูญเสียเท้าทั้งสองข้าง 285,000 บาท
- สูญเสียลูกตาข้างหนึ่ง 115,000 บาท
- สูญเสียสมรรถภาพในการมองเห็นด้วยตาข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง โดยตาข้างที่ดีกว่ามีความสามารถในการมองเห็นตั้งแต่ 3/60 หรือน้อยกว่า หรือสูญเสียความสามารถในการใช้สายตาทั้งสองข้างร่วมกัน 100,000 บาท
- หูหนวกทั้งสองข้าง 50,000 บาท
- สูญเสียอวัยวะสืบพันธุ์หรือความสามารถสืบพันธุ์ 250,000 บาท
- สูญเสียอวัยวะอื่น หรืออวัยวะส่วนใดสูญเสียสมรรถภาพในการทำงาน นอกจากที่กำหนดไว้โดยตรง ให้คณะกรรมการกำหนดตามความเหมาะสม โดยอาศัยความเห็นแพทย์ แต่ ไม่เกิน 250,000 บาท
📝 วิธียื่นคำขอ และกำหนดเวลา
การยื่นคำขอรับค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา ต้องยื่น ตามแบบคำขอที่สำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญากำหนด โดยหลักแล้ว ผู้มีสิทธิยื่นคำขอต้อง ยื่นด้วยตนเอง พร้อมแนบเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ท้ายแบบคำขอ
⏳ กำหนดเวลาในการยื่นคำขอ: กรณีขอรับค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา ต้องยื่น ภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ผู้เสียหายได้รู้ถึงการกระทำความผิด หากพ้นกำหนดดังกล่าว อาจมีปัญหาเรื่องสิทธิในการยื่นคำขอได้
👥 กรณียื่นแทนได้หรือไม่
หากผู้มีสิทธิยื่นคำขอไม่สามารถมายื่นด้วยตนเอง กฎหมายอนุญาตให้บุคคลอื่นยื่นแทนได้ในบางกรณี เช่น
- ผู้แทนโดยชอบธรรม กรณีผู้เยาว์
- ผู้อนุบาล กรณีผู้ไร้ความสามารถ
- ผู้สืบสันดาน
- ผู้บุพการี
- คู่สมรส
- บุคคลที่ให้อุปการะหรืออยู่ในอุปการะ
- บุคคลที่ได้รับมอบหมายเป็นหนังสือในกรณีมีเหตุจำเป็น เช่น เจ็บป่วย สูงอายุ ทุพพลภาพ หรือมีเหตุจำเป็นอื่น
📂 เอกสารประกอบคำขอ
ในทางปฏิบัติ เอกสารที่มักใช้ประกอบคำขอ ได้แก่
- เอกสารประจำตัวผู้ยื่นคำขอ
- บัตรประจำตัวประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- แบบคำขอ
- แบบคำขอที่หน่วยงานกำหนด
- เอกสารเกี่ยวกับคดี
- บันทึกประจำวัน
- รายงานการสอบสวน
- ใบแจ้งสิทธิหรือใบรับคำขอ
- คำพิพากษา (ถ้ามี)
- เอกสารทางการแพทย์
- ใบรับรองแพทย์
- รายงานชันสูตรบาดแผล
- หนังสือรับรองความพิการ
- เอกสารค่าใช้จ่าย
- ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล
- ใบเสร็จค่าฟื้นฟูสมรรถภาพ
- เอกสารอื่นที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่ขอรับ
⚰️ ถ้าผู้เสียหายเสียชีวิต ต้องใช้เอกสารอะไรเพิ่ม
กรณีผู้เสียหายถึงแก่ความตาย หรือกรณีทายาทเป็นผู้ยื่นคำขอ ควรมีเอกสารเพิ่มเติม เช่น
- ใบมรณบัตร
- สูติบัตร
- ทะเบียนสมรส
- สำเนาทะเบียนบ้านของทายาท
- บัตรประชาชนของทายาท
- หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)
เอกสารเหล่านี้ใช้เพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์และสิทธิของผู้ยื่นคำขอ
✍️ กรณีมีผู้รับมอบอำนาจยื่นแทน
หากมีการยื่นคำขอโดยผู้รับมอบอำนาจ หรือทายาทคนหนึ่งยื่นแทนทายาทคนอื่น ต้องมี
- หนังสือมอบอำนาจ
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ
- สำเนาทะเบียนบ้านที่เกี่ยวข้อง
- หลักฐานเปลี่ยนชื่อ (ถ้ามี)
📌 เอกสารอีกอย่างที่สำคัญมาก
ในทางปฏิบัติ ต้องมีเอกสารหรือพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นด้วยว่า ผู้เสียหายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เพราะเป็นเงื่อนไขสำคัญของสิทธิในการรับค่าตอบแทนตามกฎหมายนี้
🏢 สถานที่ยื่นคำขอ
ผู้เสียหายสามารถยื่นคำขอได้ที่
- สำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา
- สำนักงานยุติธรรมจังหวัดทั่วประเทศ
- สถานีตำรวจทั่วประเทศ
- หน่วยงานอื่นที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
- ช่องทางออนไลน์ตามที่หน่วยงานภาครัฐเปิดให้บริการ
ในทางปฏิบัติ หากอยู่ต่างจังหวัด การติดต่อ สำนักงานยุติธรรมจังหวัด มักเป็นช่องทางที่สะดวกที่สุด
- คดีไม่อยู่ในรายการท้ายพระราชบัญญัติ
- ผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด
- ยื่นคำขอเกินกำหนด 1 ปี
✅ สรุป
กฎหมายเรื่องค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา ไม่ได้ให้สิทธิแก่ผู้เสียหายทุกกรณี แต่ต้องพิจารณาให้ครบว่า
- 📍 ผู้ร้องเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายหรือไม่
- 📍 คดีอยู่ในรายการท้ายพระราชบัญญัติหรือไม่
- 📍 ผู้เสียหายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหรือไม่
- 📍 ยื่นคำขอภายในกำหนดเวลาหรือไม่
- 📍 ความเสียหายอยู่ในรายการที่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนเท่าใด
หากองค์ประกอบเหล่านี้ครบถ้วน จึงจะมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนตามกฎหมายนี้