ฎีกาที่ 8094/2568 (ย่อ)

#ฎีกาศึกษา #ทนายความ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8094/2568

ป.อ. มาตรา 267, มาตรา 268 ป.วิ.อ. มาตรา 30
การที่โฉนดที่ดินของจำเลยทั้งสองมิได้หายไป แต่จำเลยทั้งสองกลับไปแจ้งต่อร้อยตำรวจเอก ณ. ว่าโฉนดที่ดินดังกล่าวหายไป อันเป็นความเท็จ ร้อยตำรวจเอก ณ. หลงเชื่อ จึงจดข้อความลงในรายงานประจำวันว่าโฉนดที่ดินนั้นหายไป แล้วจำเลยทั้งสองนำรายงานประจำวันดังกล่าวไปแสดงต่อ ร. และ ก. ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานที่ดินเพื่อเป็นหลักฐานในการขอออกใบแทนโฉนดที่ดินนั้นด้วยการนำความเท็จไปแจ้งว่าโฉนดที่ดินดังกล่าวหายไป แต่ความจริงแล้วโฉนดที่ดินนั้นมิได้หายไป หากแต่อยู่กับ ข. ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยทั้งสอง การแจ้งความเท็จของจำเลยทั้งสองเป็นเหตุให้เจ้าพนักงานที่ดินหลงเชื่อว่าเป็นความจริงจึงออกใบแทนโฉนดที่ดินให้แก่จำเลยทั้งสอง จึงเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ร้อยตำรวจเอก ณ. ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวน กับเสียหายแก่ ร. และ ก. ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานที่ดิน แต่ความเสียหายดังกล่าวมิได้เกิดแก่ ข. โดยตรงเพราะจำเลยทั้งสองมอบโฉนดที่ดินให้แก่ ข. เพื่อยึดถือไว้เป็นประกันการกู้ยืมเงินเท่านั้น ข. ไม่มีสิทธิที่จะบังคับเอากับโฉนดที่ดินดังกล่าว หรือใบแทนของโฉนดที่ดินดังกล่าวได้ตามกฎหมาย สิทธิของ ข. ในฐานะเจ้าหนี้ของจำเลยทั้งสองมีอยู่เท่าใดก็คงมีอยู่เท่านั้น มิได้ลดน้อยถอยลงเพราะเหตุที่จำเลยทั้งสองนำเอาข้อความอันเป็นเท็จไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวนหรือต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ดังนั้น ข. จึงไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ และใช้หรืออ้างเอกสารราชการซึ่งแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จดังกล่าว ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) ประกอบ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา4 อันมีผลทำให้ ข. ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 30 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า