สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4403/2566 (ประชุมใหญ่)
ประเด็นข้อกฎหมาย:
การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ร่วมกับความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลนั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (4) จากการโพสต์คลิปเพียงครั้งเดียว เป็นความผิดกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกัน
ข้อเท็จจริง:
จำเลยและผู้เสียหายเคยคบหาและอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา ระหว่างนั้นจำเลยใช้โทรศัพท์บันทึกวิดีโอขณะมีเพศสัมพันธ์กับผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายยินยอมให้บันทึกไว้ ต่อมาทั้งสองเลิกรากัน และผู้เสียหายไปคบหาชายอื่น ผู้เสียหายเคยขอให้จำเลยลบคลิปวิดีโอดังกล่าวออกจากโทรศัพท์ แต่จำเลยบ่ายเบี่ยงไม่ยอมลบ
ก่อนที่ผู้เสียหายจะแต่งงานใหม่ จำเลยได้นำคลิปวิดีโอดังกล่าวไปเผยแพร่ในเครือข่ายทวิตเตอร์ โดยตั้งชื่อคลิประบุชื่อผู้เสียหายอย่างชัดเจน
จำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้เป็นผู้เผยแพร่คลิป โดยอ้างว่าเคยนำโทรศัพท์ไปซ่อม และอาจเป็นช่างซ่อมโทรศัพท์ที่นำคลิปไปเผยแพร่ แต่ศาลเห็นว่าข้อต่อสู้ดังกล่าวมีพิรุธ ไม่สอดคล้องกับพยานหลักฐาน และรับฟังไม่ได้ ศาลจึงเชื่อว่าจำเลยเป็นผู้เผยแพร่คลิปดังกล่าวเอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4403/2566 วินิจฉัยว่า:
แม้จำเลยจะลงมือเผยแพร่คลิปวิดีโอในขณะที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้เสียหายในเครือข่ายทวิตเตอร์เพียงครั้งเดียว แต่ความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 กับความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลนั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (4) มีวัตถุประสงค์ที่กฎหมายมุ่งคุ้มครองแตกต่างกัน
ความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา มุ่งคุ้มครองชื่อเสียงของผู้เสียหาย ส่วนความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะอันลามกและประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ มุ่งคุ้มครองสังคมเป็นสำคัญ
ดังนั้น การกระทำของจำเลยนอกจากทำให้ผู้เสียหายเสียชื่อเสียงแล้ว ยังก่อให้เกิดความเสียหายต่อสังคม กระทบต่อความสงบสุขและศีลธรรมอันดีของประชาชน และความมั่นคงของรัฐ อีกทั้งความผิดทั้งสองฐานมีองค์ประกอบแตกต่างกัน และสามารถแยกเจตนาในการกระทำความผิดออกจากกันได้อย่างชัดเจน
ผลทางกฎหมาย: เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน
การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91
สรุป:
แม้การโพสต์คลิปจะเกิดจากการกระทำเพียงครั้งเดียว แต่หากการกระทำนั้นเข้าทั้งความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และความผิดฐานนำเข้าข้อมูลลามกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ก็เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เพราะกฎหมายแต่ละบทมุ่งคุ้มครองคนละประโยชน์ทางกฎหมาย จึงต้องลงโทษแยกกันทุกกระทง