ความผิดฐานหมิ่นประมาท กรณีด่าว่า “ไอ้สันดานหมา”
ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวต่อผู้ร้องว่า “ไอ้สันดานหมา” เป็นการ “ใส่ความ” อันครบองค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นประมาทหรือไม่
จำเลยเป็นพี่ของภริยาผู้ร้อง
ก่อนเกิดเหตุ ผู้ร้องถูกหลานของจำเลยดูหมิ่นและทำร้ายร่างกาย ผู้ร้องจึงไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดี
ต่อมาขณะที่พนักงานสอบสวนเรียกคู่กรณีและผู้เกี่ยวข้องซึ่งเป็นญาติมาไกล่เกลี่ยกันที่สถานีตำรวจ ผู้ร้องก็ยังคงยืนกรานให้ดำเนินคดีต่อไป “โดยไม่เห็นแก่ความเป็นญาติ”
จำเลยจึงไม่พอใจ และด่าผู้ร้องต่อหน้าพนักงานตำรวจและบุคคลอื่น ๆ ว่า
ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 จะต้องเป็นการ “ใส่ความ” คือ การพูดหาเหตุร้าย หรือกล่าวหาเรื่องร้ายให้ผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวว่า “ไอ้สันดานหมา” นั้น คำว่า “สันดาน” หมายความถึงอุปนิสัยที่มีมาแต่กำเนิด ซึ่งอาจมีสันดานดีหรือสันดานเลวก็ได้ แม้มักใช้ไปในทางไม่สู้จะดี แต่ก็ “มิใช่เป็นการใส่ความให้ร้ายผู้ร้อง”
ทั้งตามความรู้สึกนึกคิดของบุคคลธรรมดา ก็ “ไม่เชื่อว่าผู้ร้องจะเป็นเช่นนั้น เพราะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้” จึง “ไม่น่าจะทำให้ผู้ร้องเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง”
เมื่อพิจารณาถึงสาเหตุที่จำเลยกล่าวถ้อยคำดังกล่าว ศาลเห็นว่าเป็นเพราะจำเลยไม่พอใจผู้ร้องที่ไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่หลานของจำเลยมาก่อน และเมื่อมีการไกล่เกลี่ย ผู้ร้องก็ยังยืนกรานให้ดำเนินคดีต่อไปโดยไม่เห็นแก่ความเป็นญาติ
จึงเป็นเพียง “การด่าผู้ร้องอันเนื่องมาจากความรู้สึกไม่พอใจผู้ร้อง” และ “ไม่ได้มีความมุ่งหมายถึงความประพฤติของผู้ร้องว่าเป็นคนมีอุปนิสัยที่ไม่ดีมาแต่กำเนิด”
การกระทำของจำเลยจึง ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท และแม้จำเลยจะให้การรับสารภาพ ก็เป็นการรับสารภาพตามฟ้องที่ไม่เป็นความผิด ย่อมลงโทษจำเลยไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคหนึ่ง
การด่าผู้อื่นว่า “ไอ้สันดานหมา” ในคดีนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็นเพียง คำด่าทอที่เกิดจากความรู้สึกไม่พอใจ ยังไม่ใช่การ “ใส่ความ” ตามองค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นประมาท
เพราะถ้อยคำดังกล่าวไม่ได้มีความมุ่งหมายกล่าวหาความประพฤติของผู้ร้องในลักษณะที่ยืนยันข้อเท็จจริง และบุคคลธรรมดาก็ไม่อาจเชื่อได้จริงว่าเป็นเช่นนั้น จึงไม่ทำให้ผู้ร้องเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326
ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคหนึ่ง
ศาลจะลงโทษจำเลยได้ต่อเมื่อการกระทำนั้นเป็นความผิดตามกฎหมาย