สรุปคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 9/2549
ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาประเด็นสำคัญ 3 ประการ ดังนี้:
- 1. ระยะเวลา: การดำเนินการตาม พ.ร.ฎ. ยุบสภาฯ พ.ศ. 2549 (มาตรา 4) ที่กำหนดวันเลือกตั้งห่างจากวันยุบสภาเพียง 37 วัน เมื่อพิจารณาร่วมกับหน้าที่ในการจัดให้การเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม (ม.144) จะมีความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่
- 2. คูหาเลือกตั้ง: การจัดคูหาเลือกตั้งรูปแบบใหม่ ขัดต่อหลักการ “ออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ” ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 104 วรรคสาม หรือไม่
- 3. ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ: ภาพรวมของการดำเนินการจัดการเลือกตั้งดังกล่าว ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่
❗ ความผิดปกติของข้อมูล: พบว่าจำนวนบัตรเสียและบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนนรวมกันแล้ว มีจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งของบัตรดี
❗ ผู้สมัครคนเดียว: มีถึง 281 เขตเลือกตั้ง ที่มีผู้สมัครเพียงคนเดียวจากพรรคการเมืองเดียว และผู้สมัครจำนวนมากได้คะแนนเสียงไม่ถึงร้อยละ 20 ของผู้มีสิทธิ
❗ ลักษณะคูหา: กกต. กำหนดให้ผู้ลงคะแนนหันหน้าเข้าผนังและหันหลังให้กรรมการฯ/ผู้สังเกตการณ์ ทำให้ผู้อื่นสามารถสังเกตเห็นการลงคะแนนได้
ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การจัดคูหารูปแบบใหม่ทำให้ผู้อื่นอยู่ในวิสัยที่สามารถมองเห็นการลงคะแนนได้ จึงส่งผลให้:
"ไม่เป็นการลงคะแนนโดยลับ"
ตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 104 วรรคสาม บัญญัติไว้
เมื่อพิจารณาประกอบกับระยะเวลาที่เร่งรัด (พ.ร.ฎ. มาตรา 4) และผลคะแนนที่ผิดปกติ ศาลเห็นว่าเป็นการเลือกตั้งที่ทำให้เกิดผล "ไม่เที่ยงธรรม" และ "ไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง"
จึงวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งนี้ "ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ" (ตามมาตรา 2, 3, 104 วรรคสาม และ 144) โดยเป็นความไม่ชอบมาตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการ
- เพิกถอนการเลือกตั้ง ส.ส. เป็นการทั่วไป วันที่ 2 เมษายน 2549 (ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ)
- ผลการประกาศรับรองผลหรือประกาศผลการเลือกตั้งของ กกต. ทั้งหมด ต้องเสียไป
- ให้ดำเนินการออกพระราชกฤษฎีกาแก้ไขเพิ่มเติม กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมีผลใช้บังคับ
ฎีกาศึกษา