ความผิดฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ เอกสารราชการ และการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท
สรุปประเด็นข้อกฎหมาย • ข้อเท็จจริง • คำวินิจฉัยศาลฎีกา • บทสรุปทางกฎหมาย (พร้อมถ้อยคำศาล)
🔎1) ประเด็นข้อกฎหมาย
- ปัญหาเรื่องกรรมเดียวหรือหลายกรรม
การยื่นงบการเงินอันเป็นเท็จต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท และการนำงบการเงินฉบับเดียวกันไปใช้ยื่นประกอบคำร้องต่อศาลล้มละลายกลาง เป็นการกระทำกรรมเดียวหรือเป็นหลายกรรมต่างกัน - ประเภทของเอกสาร
การแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่นายทะเบียนโดยการยื่นงบการเงินอันเป็นเท็จ เป็นความผิดเกี่ยวกับ “เอกสารราชการ” หรือเป็นเพียงเอกสารมหาชน - การรับฟังพยานหลักฐาน
กรณีไม่มีพยานบุคคลเห็นการสั่งการให้จัดทำงบการเงินอันเป็นเท็จโดยตรง ศาลสามารถรับฟังพยานหลักฐานแวดล้อมเพื่อลงโทษจำเลยได้หรือไม่
📝2) ข้อเท็จจริง
จำเลยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท ห. จำกัด ได้ลงลายมือชื่อรับรองงบการเงินรอบปี 2557 ซึ่งมีการแก้ไขงบการเงินรอบปี 2556 (ย้อนหลัง) จากเดิมที่มีกำไรสุทธิกว่า 700,000 บาท ให้กลายเป็นขาดทุนกว่า 42,000,000 บาท ส่งผลให้งบการเงินรอบปี 2557 แสดงผลขาดทุนสะสมจำนวนมาก อันไม่ตรงกับความเป็นจริง
ต่อมา จำเลยได้นำงบการเงินดังกล่าวไปยื่นต่อสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และในเวลาใกล้เคียงกัน ได้นำงบการเงินฉบับเดียวกันนี้ไปใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ ต่อศาลล้มละลายกลาง เพื่อแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีหนี้สินล้นพ้นตัว
⚖️3.1 การรับฟังพยานหลักฐาน
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า งบการเงินรอบปี 2556 เดิมปรากฏว่ามีกำไร แต่ในงบการเงินรอบปี 2557 กลับมีหมายเหตุแก้ไขงบการเงินรอบปี 2556 ให้กลายเป็นขาดทุนจำนวนมหาศาล เป็นพฤติการณ์ที่ผิดปกติและขัดต่อเหตุผลอย่างยิ่ง
ความแตกต่างของตัวเลขมีมูลค่าสูงถึงหลายสิบเท่า และจำเลยในฐานะกรรมการบริษัท ไม่สามารถนำเอกสารทางบัญชีหรือเอกสารทางธุรกิจใดมาแสดงเพื่อพิสูจน์ความถูกต้องของการแก้ไขดังกล่าวได้ พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นข้อพิรุธแสดงถึงเจตนาปกปิดความจริง ศาลจึงรับฟังได้ว่างบการเงินดังกล่าวเป็นงบการเงินอันเป็นเท็จ แม้จะไม่มีพยานบุคคลเห็นการสั่งการโดยตรงก็ตาม
🧠3.2 กรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การยื่นงบการเงินอันเป็นเท็จต่อนายทะเบียน และการนำงบการเงินฉบับเดียวกันไปใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบคำร้องต่อศาลล้มละลายกลาง เป็นการกระทำที่มีเจตนาเดียวกัน คือการใช้อ้างสถานะทางการเงินที่เป็นเท็จของบริษัทเพื่อประโยชน์ในการขอฟื้นฟูกิจการ
แม้การกระทำดังกล่าวจะเป็นการกระทำต่างวาระและกระทำต่อคนละหน่วยงาน แต่เมื่อมีเจตนามุ่งประสงค์ผลเดียวกัน จึงถือเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษตามบทที่มีโทษหนักที่สุด
📄3.3 ประเภทของเอกสาร
ศาลฎีกาแก้ไขความเห็นของศาลอุทธรณ์ภาค 5 โดยวินิจฉัยว่า การที่จำเลยแจ้งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจดข้อความอันเป็นเท็จโดยยื่นแบบนำส่งงบการเงินเท็จนั้น เป็นความผิดฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ หาใช่เอกสารมหาชนดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยไม่
✅4) บทสรุปทางกฎหมาย
- การกระทำหลายอย่างซึ่งมีเจตนามุ่งหมายผลทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว แม้จะกระทำต่อเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานต่างกัน ย่อมถือเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท
- การยื่นงบการเงินอันเป็นเท็จต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท เป็นความผิดเกี่ยวกับเอกสารราชการ มิใช่เอกสารมหาชน
- พิรุธทางบัญชีที่มีนัยสำคัญและขาดเอกสารรองรับ สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานแวดล้อมเพื่อรับฟังถึงเจตนาของจำเลยได้
📜คำพิพากษา
อนึ่ง การที่จำเลยแจ้งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจดข้อความอันเป็นเท็จโดยยื่นแบบนำส่งงบการเงินเท็จนั้น เป็นความผิดฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ หาใช่เอกสารมหาชนดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยไม่ จึงเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง
พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการและใช้เอกสารอันเป็นเท็จ โทษและนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5