#ฎีกาศึกษา
#ทนายความ
สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7626/2568 (ประชุมใหญ่)
เรื่อง: อำนาจจัดการแทนผู้เสียหายของ "ผู้ถือหุ้น" ในกรณีที่กรรมการบริษัทเป็นผู้ยักยอกทรัพย์ของบริษัทเสียเอง
ประเด็นข้อกฎหมาย
1. ในคดีความผิดต่อส่วนตัว (ยักยอกทรัพย์) หากกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทเป็นผู้กระทำความผิดต่อบริษัทเสียเอง "ผู้ถือหุ้น" จะถือเป็น "ผู้เสียหาย" ที่มีอำนาจร้องทุกข์ตามกฎหมายหรือไม่?
2. เมื่อผู้ถือหุ้นร้องทุกข์แล้ว พนักงานสอบสวนจะมีอำนาจสอบสวน และพนักงานอัยการจะมีอำนาจฟ้อง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 120 และ 121 หรือไม่?
2. เมื่อผู้ถือหุ้นร้องทุกข์แล้ว พนักงานสอบสวนจะมีอำนาจสอบสวน และพนักงานอัยการจะมีอำนาจฟ้อง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 120 และ 121 หรือไม่?
ข้อเท็จจริงโดยย่อ
โจทก์ร่วมและจำเลยเป็นผู้ถือหุ้นและเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท ว. โดยต้องลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท ต่อมาจำเลยได้เบิกถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากของบริษัทแล้วเบียดบังเป็นของตนเองโดยทุจริต
โจทก์ร่วมในฐานะผู้ถือหุ้นจึงไปแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยในข้อหายักยอก ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ร่วมไม่ใช่ผู้เสียหาย (เนื่องจากผู้เสียหายคือบริษัท) จึงไม่มีอำนาจร้องทุกข์ ส่งผลให้พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวนและโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลอุทธรณ์จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์และโจทก์ร่วมจึงฎีกา
โจทก์ร่วมในฐานะผู้ถือหุ้นจึงไปแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยในข้อหายักยอก ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ร่วมไม่ใช่ผู้เสียหาย (เนื่องจากผู้เสียหายคือบริษัท) จึงไม่มีอำนาจร้องทุกข์ ส่งผลให้พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวนและโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลอุทธรณ์จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์และโจทก์ร่วมจึงฎีกา
คำพิพากษาศาลฎีกาวินิจฉัยวางหลักว่า (โดยมติที่ประชุมใหญ่)
1 ข้อเท็จจริงที่กรรมการผู้กระทำผิดย่อมไม่ดำเนินคดีกับตนเอง:
"เมื่อจำเลยซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท และเป็นกรรมการบริษัทผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดต่อบริษัทซึ่งเป็นนิติบุคคลนั้นเอง ย่อมเป็นที่เห็นได้ชัดว่า จำเลยจะไม่ฟ้องคดีแทนนิติบุคคลเพื่อกล่าวหาตนเองว่ากระทำความผิดเป็นแน่"
2 ข้อจำกัดอำนาจของกรรมการ และสถานะผู้เสียหายของผู้ถือหุ้น:
"โจทก์ร่วมซึ่งเป็นกรรมการของบริษัทโดยลำพังคนเดียวจะยกคดีขึ้นว่ากล่าว ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนหรือฟ้องคดีด้วยตนเองในฐานะเป็นกรรมการของบริษัทก็กระทำมิได้ เนื่องจากต้องกระทำการร่วมกันกับจำเลย... แต่อีกสถานะหนึ่ง โจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท และมีประโยชน์มีส่วนได้เสียในผลประกอบการกับนิติบุคคลนั้นโดยตรง จึงย่อมได้รับความเสียหาย"
3 ฐานกฎหมายแพ่งในการฟ้องคดีแทนบริษัท:
"ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1169 วรรคแรก บัญญัติไว้ว่า ถ้ากรรมการทำให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท จะฟ้องร้องเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนแก่กรรมการก็ได้ หรือในกรณีที่บริษัทไม่ยอมฟ้องร้อง ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดจะเอาคดีนั้นขึ้นว่าก็ได้"
4 สิทธิร้องทุกข์คดีอาญา และอำนาจฟ้อง:
"โจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจึงเป็นผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องคดีเอง หรือร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน คดีนี้เป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว จึงถือได้ว่าโจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นเป็นผู้เสียหายได้ร้องทุกข์โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว พนักงานสอบสวนจึงมีอำนาจสอบสวน และโจทก์มีอำนาจฟ้อง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 120 ประกอบมาตรา 121 วรรคสอง"
💡 บทสรุปสำคัญ
ในกรณีที่บริษัทถูกกรรมการผู้มีอำนาจยักยอกทรัพย์ แม้โดยหลัก "บริษัท" จะเป็นผู้เสียหายโดยตรง แต่หากกรรมการผู้กระทำผิดไม่ยอมฟ้องตนเอง ทำให้กรรมการที่เหลือไม่สามารถฟ้องในนามบริษัทได้ "ผู้ถือหุ้น" ในฐานะผู้ที่มีส่วนได้เสียโดยตรง ย่อมถือเป็น "ผู้เสียหาย" ที่มีสิทธิร้องทุกข์หรือฟ้องคดีอาญา เพื่อปกป้องประโยชน์ของตนและบริษัทได้ตามกฎหมาย
Tags
ฎีกาปี ๒๕๖๘