สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3444/2566
เรื่อง: การลงข้อความเท็จในเอกสารโดยผู้มีอำนาจหน้าที่จัดทำ ไม่เป็นความผิดฐานปลอมเอกสาร และข้อพิจารณาเรื่องความผิดฐานใช้เอกสารปลอม
📌 ประเด็นข้อกฎหมาย:
- การที่ผู้มีอำนาจหน้าที่จัดทำเอกสาร แต่ระบุข้อความในเอกสารนั้นเป็นเท็จ จะมีความผิดฐานปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 หรือไม่
- ความผิดฐานใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 หากโจทก์สืบไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้นำเอกสารไปใช้ และศาลอุทธรณ์นำข้อเท็จจริงเรื่องการใช้เอกสารที่ไม่ได้กล่าวอ้างในฟ้องมาลงโทษ ศาลฎีกาจะรับฟังได้หรือไม่
📝 ข้อเท็จจริงโดยสังเขป:
- โจทก์เป็นผู้นำเข้าแม่ม้า ซึ่งต่อมาได้คลอดลูกม้า โจทก์ได้ไปแจ้งขอจดทะเบียนลูกม้าเกิดใหม่ โดยระบุชื่อพ่อม้าตามที่ปรากฏในหลักฐานจากต่างประเทศ
- จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการสมุดทะเบียนประวัติสายพันธุ์ม้าแข่งฯ ได้แจ้งผลการตรวจดีเอ็นเอว่าขัดแย้งกัน และปฏิเสธการจดทะเบียน
- ต่อมามีการตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับพ่อม้าอีกตัวหนึ่ง (พ่อม้าไดแลน) ปรากฏผลว่าไม่ขัดแย้งกัน จำเลยที่ 1 จึงจัดทำหนังสือแจ้งผล (เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3) และจดบันทึกทะเบียนลูกม้าลงในสมุดทะเบียนประวัติสายพันธุ์ม้าแข่งฯ (เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 6)
- ภายหลังโจทก์ส่งตัวอย่างไปตรวจเปรียบเทียบทางนิติวิทยาศาสตร์ในต่างประเทศ พบว่าพ่อม้าที่แท้จริงคือพ่อม้าตัวแรกตามหลักฐานเดิม โจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม
⚖️ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3444/2566 วินิจฉัยวางหลักกฎหมาย ดังนี้:
1. ประเด็นความผิดฐานปลอมเอกสาร (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264):
ศาลฎีกาวินิจฉัยถึงองค์ประกอบความผิดว่า
"คำฟ้องดังกล่าวครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 แล้ว ส่วนข้อเท็จจริงเรื่องว่าเป็นการปลอมลายมือชื่อของผู้อื่นลงในเอกสารฉบับใดขึ้นมาหรือจำเลยที่ 1 กรอกข้อความหรือตัดทอนข้อความในเอกสารฉบับใดซึ่งมีลายมือชื่อของผู้อื่น โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้อื่นหาใช่องค์ประกอบความผิดดังที่จำเลยที่ 1 ฎีกามาไม่"
ศาลฎีกาวินิจฉัยถึงการกระทำของจำเลยที่ 1 ว่า
"จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการสมุดทะเบียนประวัติสายพันธุ์ม้าแข่ง สำนักงานสมุดทะเบียนประวัติสายพันธุ์ม้าแข่งแห่งประเทศไทย ทำหน้าที่รับผิดชอบในการจดทะเบียนรูปพรรณพ่อม้า แม่ม้า และลูกม้าที่นำเข้าหรือเกิดในประเทศไทย รวมทั้งจัดทำเอกสารบรรยายรูปพรรณและบันทึกข้อมูลจำเพาะสำหรับใช้ในการตรวจรูปพรรณม้า เมื่อหนังสือตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3 และเอกสารการจดบันทึกทะเบียนลูกม้าลงในสมุดทะเบียนประวัติสายพันธุ์ม้าแข่งแห่งประเทศไทย ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 6 ซึ่งจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดทำขึ้น แม้ข้อความในเอกสารบางส่วนอาจเป็นข้อความเท็จหรือไม่ก็ตาม แต่ก็หาทำให้จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานปลอมเอกสารดังกล่าวไม่ เพราะจำเลยที่ 1 มีอำนาจหน้าที่ในการจัดทำเอกสารดังกล่าว"
2. ประเด็นความผิดฐานใช้เอกสารปลอม (ตามคำฟ้อง):
ศาลฎีกาวินิจฉัยถึงภาระการพิสูจน์ของโจทก์ว่า
"ส่วนความผิดฐานใช้เอกสารปลอม ซึ่งโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 นำเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 ไปประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์ม้าแข่ง... ก็ไม่ปรากฏจากทางนำสืบของโจทก์ซึ่งเป็นผู้มีภาระการพิสูจน์ในเรื่องนี้จะได้ยืนยันว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้นำเอกสารดังกล่าวไปลงโฆษณาไว้จริงหรือไม่ ทั้งเมื่อตรวจดูเอกสารดังกล่าวแล้วก็ไม่ปรากฏข้อความใดที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้นำเอกสารดังกล่าวไปลงโฆษณา พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมาในความผิดฐานใช้เอกสารปลอมจึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟังลงโทษจำเลยที่ 1"
3. ประเด็นความผิดฐานใช้เอกสารปลอม (นอกคำฟ้อง):
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายเกี่ยวกับการรับฟังพยานหลักฐานว่า
"ส่วนการที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ปลอมเอกสาร... การที่จำเลยที่ 1 นำเอกสารหมายดังกล่าวไปใช้เพื่อแลกกับการที่โจทก์ถอนฟ้องคดีแพ่งจึงเป็นการใช้เอกสารปลอมนั้น เป็นข้อเท็จจริงนอกคำฟ้อง ไม่สามารถนำมารับฟังได้"
ผลคำพิพากษา: พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
Tags
ฎีกาปี ๒๕๖๖