สรุปคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.636/2568
เรื่อง: คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย (การเพิกถอนโฉนดที่ดิน)
ประเด็นข้อกฎหมาย
- การทำละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420
- ความรับผิดของหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 5 วรรคหนึ่ง
- การกำหนดค่าสินไหมทดแทนและดอกเบี้ยผิดนัด
ข้อเท็จจริง (โดยสังเขป)
เมื่อปี พ.ศ. 2533 ผู้ฟ้องคดีได้ซื้อที่ดินจำนวน 42 แปลง เนื้อที่ 378 ไร่ 2 งาน 5 ตารางวา เพื่อนำไปพัฒนาและจัดสรรขายพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ต่อมา เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ สาขาจอมทอง มีหนังสือแจ้งให้ผู้ฟ้องคดีจัดส่งโฉนดที่ดิน จำนวน 34 ฉบับ เพื่อดำเนินการเพิกถอนตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด เนื่องจากโฉนดที่ดินดังกล่าวออกทับพื้นที่ป่าส่วนกลาง ตามโครงการจัดสรรที่ดินเพื่อประชาชน “ป่าจอมทอง”
สาเหตุสืบเนื่องมาจากการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินในระหว่างปี พ.ศ. 2531 ถึง พ.ศ. 2533 เจ้าหน้าที่เดินสำรวจใช้ระวางภาพถ่ายทางอากาศ โดยมิได้ใช้ผังการจัดที่ดินป่าจอมทองเป็นหลักฐานประกอบ ผู้ฟ้องคดีจึงนำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครอง ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีชดใช้ค่าเสียหายจากการสูญเสียกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ค่าพัฒนาที่ดิน เงินกู้ธนาคาร และค่าขาดประโยชน์
คำวินิจฉัยศาลปกครองสูงสุด
1. พฤติการณ์ที่ถือเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อของเจ้าหน้าที่
2. ความรับผิดของหน่วยงานต้นสังกัด
3. การกำหนดค่าสินไหมทดแทน
แนวทางการกำหนดค่าเสียหายที่ศาลวางหลักไว้
- ค่าสูญเสียกรรมสิทธิ์ในที่ดิน: ให้กำหนดตาม “ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม”
- ค่าพัฒนาที่ดิน: พิจารณาจากราคาประเมินของสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเชียงใหม่ “ซึ่งเป็นราคาตามแบบมาตรฐานของทางราชการ รวม Factor F และหักค่าเสื่อมราคาแล้ว” และให้เฉพาะสิ่งปลูกสร้างที่ตั้งอยู่ในโฉนดที่ดินที่ถูกเพิกถอนเท่านั้น
ความเสียหายที่ศาลไม่อาจกำหนดให้ได้ (คำขอที่ให้ยก)
- เงินกู้ยืมธนาคารและเงินทดรองกรรมการบริษัท: “เป็นการกู้ยืมเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจเป็นปกติของผู้ฟ้องคดี มิได้เป็นค่าเสียหายที่เกิดจากการเพิกถอนโฉนดที่ดินพิพาทแต่อย่างใด”
- ค่าขาดประโยชน์ที่ควรได้รับ: “เป็นเพียงการคาดการณ์ผลกำไรในอนาคต ซึ่งเป็นเรื่องที่ยังไม่แน่นอนว่าผู้ฟ้องคดีจะได้รับผลกำไรดังกล่าวหรือไม่”
ผลแห่งคดี (คำพิพากษา)
ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (กรมที่ดิน) รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงินจำนวน 84,305,980.58 บาท พร้อมดอกเบี้ย ดังนี้
- ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องจนถึงวันที่ 10 เมษายน 2564
- และชำระดอกเบี้ยให้แก่ผู้ฟ้องคดีในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี หรืออัตราดอกเบี้ยใหม่ที่กระทรวงการคลังปรับเปลี่ยนโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละ 2 ต่อปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 นับแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 จนกว่าจะชำระเสร็จ
ทั้งนี้ ให้ชำระให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด คืนค่าธรรมเนียมศาลในศาลปกครองชั้นต้นและในชั้นอุทธรณ์ให้แก่ผู้ฟ้องคดีบางส่วนตามส่วนของการชนะคดี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น และให้ยกฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3