#ฎีกาศึกษา #ทนายความ
📜 เรื่อง: ซื้อที่ดินมีโฉนด ปรากฏว่าทับที่ป่า รัฐต้องรับผิดหรือไม่ (เพิกถอนโฉนดที่ดิน) 🌳⚖️
(อ้างอิง: คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 636/2568)
⚖️ ประเด็นข้อกฎหมาย
- การทำละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 420
- ความรับผิดของหน่วยงานรัฐ ตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 5
- การกำหนดค่าสินไหมทดแทนและดอกเบี้ยผิดนัด 💰
📖 ข้อเท็จจริง (ย่อ)
- 🏡 ปี 2533: ผู้ฟ้องคดี (บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์) ซื้อที่ดิน 42 แปลง เนื้อที่กว่า 378 ไร่ เพื่อพัฒนาโครงการบ้านพักตากอากาศ
- 📩 ปี 2554: เจ้าพนักงานที่ดินแจ้งให้ส่งคืนโฉนด 34 ฉบับ เพื่อเพิกถอนตามคำพิพากษาศาล เพราะโฉนด "ออกทับพื้นที่ที่กันไว้เป็นป่าส่วนกลาง" ของโครงการจัดสรรที่ดินเพื่อประชาชน
- 🔍 สาเหตุสำคัญ: ช่วงปี 2531–2533 เจ้าหน้าที่เดินสำรวจออกโฉนดโดยใช้เพียง "ระวางภาพถ่ายทางอากาศ" แต่ไม่นำ "ผังการจัดที่ดินป่าส่วนกลาง" มาเป็นหลักฐานประกอบ
- 💸 ผลกระทบ: ผู้ฟ้องคดีจึงฟ้องเรียกค่าเสียหายรวมกว่า 1,383 ล้านบาท (ประกอบด้วย ค่าที่ดิน ค่าพัฒนาที่ดิน เงินกู้ธนาคาร และค่าขาดประโยชน์)
🧾 ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำวินิจฉัยและวางหลักไว้ดังนี้
1) พฤติการณ์ที่ถือเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อของเจ้าหน้าที่
"การที่เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เดินสำรวจออกโฉนดที่ดินในพื้นที่โครงการจัดสรรที่ดินเพื่อประชาชน... แต่มิได้นำผังการจัดที่ดินตามโครงการดังกล่าวมาเป็นหลักฐานประกอบการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน จึงเป็นการออกโฉนดที่ดินโดยไม่ใช้ความระมัดระวัง ความรู้ความชำนาญ และความละเอียดรอบคอบในการตรวจสอบสภาพและที่ตั้งของที่ดิน... จึงเป็นการกระทำโดย ปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ ถือได้ว่าเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 กระทำการด้วยความประมาทเลินเล่อในการออกโฉนดที่ดินพิพาท"
2) ความรับผิดของหน่วยงานต้นสังกัด
"ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้ฟ้องคดีจึงเป็นผลมาจากการที่พนักงานเจ้าหน้าที่ในสังกัดผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ออกโฉนดที่ดินพิพาททั้ง 34 แปลงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จนเป็นเหตุให้ศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนโฉนดที่ดิน... จึงเป็นการ ทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี ซึ่งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทในปัจจุบัน ตามมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดย่อมต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน"
3) การกำหนดค่าสินไหมทดแทน
"ศาลมีอำนาจกำหนดค่าสินไหมทดแทนความเสียหายจากการกระทำละเมิดดังกล่าวให้แก่ผู้ฟ้องคดีได้ตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด"
📊 แนวทางการกำหนดค่าเสียหายที่ศาลวางหลักไว้
✅ ส่วนที่ศาลให้ชดใช้:
- ค่าที่ดิน: ให้กำหนดตาม "ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม" ซึ่งเป็นราคาที่เหมาะสมที่สุด
- ค่าพัฒนาที่ดิน: ชดใช้เฉพาะส่วนที่อยู่ในโฉนดที่ถูกเพิกถอน ใช้ราคาตามแบบมาตรฐานของทางราชการ และต้อง "หักค่าเสื่อมราคาแล้ว"
❌ เงินกู้ยืม + ค่าขาดประโยชน์ (ศาลยกคำขอ):
- เงินกู้ธนาคาร: เป็น "การกู้ยืมเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจเป็นปกติของผู้ฟ้องคดี มิได้เป็นค่าเสียหายที่เกิดจากการเพิกถอนโฉนดที่ดินพิพาทแต่อย่างใด"
- ผลกำไร: เป็น "เพียงการคาดการณ์ผลกำไรในอนาคต ซึ่งเป็นเรื่องที่ยังไม่แน่นอน"
🎯 ผลคดี (สรุปคำพิพากษา)
ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาแก้ ให้ กรมที่ดิน (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1) รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน
✅ 84,305,980.58 บาท 💰
พร้อมดอกเบี้ย:
- ร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนถึงวันที่ 10 เมษายน 2564
- ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 เป็นต้นไป ปรับเป็น ร้อยละ 3 ต่อปี + อัตราเพิ่มร้อยละ 2 ต่อปี (รวมเป็นร้อยละ 5 ต่อปี) จนกว่าจะชำระเสร็จ