ฎีกาที่ 6781/2567

#ฎีกาศึกษา #ทนายความ

สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6781/2567

เรื่อง: หนี้ที่มิได้กำหนดเวลาชำระตามวันแห่งปฏิทิน และผลของการบอกกล่าวผู้ค้ำประกัน “ก่อน” ลูกหนี้ชั้นต้นผิดนัด

ประเด็นข้อกฎหมายหลัก

  • ข้อตกลงชำระหนี้ด้วยการส่งมอบผลผลิตแทนเงิน ถือเป็นหนี้ที่กำหนดเวลาชำระตามวันแห่งปฏิทินหรือไม่ และการผิดนัดของลูกหนี้ชั้นต้น (ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง)
  • ความรับผิดของผู้ค้ำประกันและอำนาจฟ้อง กรณีเจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกัน “ก่อน” ที่ลูกหนี้ชั้นต้นจะตกเป็นผู้ผิดนัด (ป.พ.พ. มาตรา 686 วรรคหนึ่ง ที่แก้ไขใหม่)
  • อำนาจศาลในการยกข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน (ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5), มาตรา 198 ทวิ วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7)

ข้อเท็จจริงโดยสังเขป

จำเลยที่ 1 ทำสัญญากู้ยืมเงินโจทก์ 2 ฉบับ เพื่อนำไปเพาะปลูกอ้อย โดยตกลงจะนำอ้อยมาส่งขายให้แก่โจทก์ และยินยอมให้โจทก์หักเงินค่าอ้อยเพื่อชำระหนี้เงินกู้ มีจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 เป็นผู้ค้ำประกัน

ต่อมาจำเลยที่ 1 ไม่ส่งมอบอ้อยให้แก่โจทก์ตามข้อตกลง โจทก์จึงมีหนังสือบอกกล่าวทวงถาม ลงวันที่ 15 กันยายน 2563 ไปยังจำเลยที่ 1 ให้ชำระหนี้ภายใน 7 วันนับแต่ได้รับหนังสือ และมีหนังสือถึงผู้ค้ำประกัน (จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5) ออกไปในคราวเดียวกันกับหนังสือบอกกล่าวทวงถามให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ จำเลยที่ 1 ได้รับหนังสือทวงถามเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2563 แต่เพิกเฉยไม่ชำระ

คำวินิจฉัยศาลฎีกา

  1. หนี้ที่มิได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ตามวันแห่งปฏิทิน และการผิดนัด (ป.พ.พ. ม.204)
    การที่คู่สัญญาตกลงให้นำอ้อยมาส่งขาย และให้โจทก์หักเงินค่าอ้อยเพื่อชำระหนี้เงินกู้ เป็นการตกลงเรื่อง “วิธีการชำระหนี้” โดยส่งมอบผลผลิตแทนการชำระเป็นเงิน การชำระหนี้จึงขึ้นอยู่กับผลผลิต ระยะเวลาตัดอ้อย และการประกาศวันปิดหีบอ้อยของโจทก์ ซึ่งในขณะทำสัญญา ไม่อาจทราบได้แน่นอน ว่าโจทก์จะประกาศปิดหีบอ้อยเมื่อใด จึงเป็นหนี้ที่มิได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ตามวันแห่งปฏิทิน
    ดังนั้น โจทก์ต้องเตือนหรือบอกกล่าวกำหนดเวลาพอสมควรให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ก่อน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง เมื่อจำเลยที่ 1 ได้รับหนังสือทวงถามวันที่ 17 กันยายน 2563 และไม่ชำระหนี้ภายใน 7 วัน จำเลยที่ 1 จึงตกเป็นผู้ผิดนัดตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2563
  2. หนังสือบอกกล่าวผู้ค้ำประกัน และอำนาจฟ้อง (ป.พ.พ. ม.686 แก้ไขใหม่)
    ความรับผิดของผู้ค้ำประกันอยู่ในบังคับ ป.พ.พ. มาตรา 686 วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่) ซึ่งบัญญัติให้เจ้าหนี้ต้องมีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกัน ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด
    ข้อเท็จจริงปรากฏว่า โจทก์มีหนังสือถึงผู้ค้ำประกัน (จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5) ลงวันที่ 15 กันยายน 2563 ซึ่งเป็นเวลา ก่อน ที่จำเลยที่ 1 จะตกเป็นผู้ผิดนัด (วันที่ 25 กันยายน 2563) และภายหลังจำเลยที่ 1 ผิดนัดแล้ว ไม่ปรากฏว่าโจทก์มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันอีก จึงถือไม่ได้ว่าหนังสือดังกล่าวเป็นหนังสือบอกกล่าวตาม ป.พ.พ. มาตรา 686 วรรคหนึ่ง ส่งผลให้โจทก์ ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ในฐานะผู้ค้ำประกัน
  3. ปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน
    แม้จำเลยที่ 4 และที่ 5 จะขาดนัดยื่นคำให้การและมิได้ฎีกา แต่ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5), มาตรา 198 ทวิ วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 และพิพากษายกฟ้องให้แก่จำเลยที่ขาดนัดได้

💡 ข้อสังเกตสำหรับการปฏิบัติงาน (แนวทางที่ปลอดภัย)

ในกรณีที่หนี้ประธานเป็นหนี้ที่ ยังไม่กำหนดเวลาชำระตามวันแห่งปฏิทิน เจ้าหนี้ ควรบอกกล่าวลูกหนี้ชั้นต้นให้ชำระหนี้ก่อน เพื่อให้เกิด “ผิดนัด” ตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 แล้วจึงมีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกัน ภายใน 60 วันนับแต่วันผิดนัด ตาม ป.พ.พ. มาตรา 686 มิฉะนั้น การส่งหนังสือถึงผู้ค้ำประกัน “ก่อนวันผิดนัด” อาจไม่เป็นหนังสือบอกกล่าวตามกฎหมาย และกระทบถึงอำนาจฟ้องผู้ค้ำประกันได้

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า