สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 194/2568
เรื่อง: บรรยายฟ้องขอนับโทษต่ออย่างไรให้ชอบด้วยกฎหมาย ต้องระบุผลคำพิพากษาคดีเก่าหรือไม่?
ประเด็นข้อกฎหมาย
คำฟ้องที่มีคำขอให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีอื่น โจทก์ต้องบรรยายผลคำพิพากษาคดีเดิมว่าลงโทษหรือไม่ หรือลงโทษเท่าใดหรือไม่ และศาลจะสั่งนับโทษต่อได้ในกรณีใดบ้าง โดยเฉพาะเมื่อคดีเดิมศาลให้รอการลงโทษ
ข้อเท็จจริงโดยสังเขป
โจทก์มีคำขอท้ายฟ้องให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีอาญาอื่น 4 คดี โดยบรรยายเพียงว่า จำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีดังกล่าว แต่ไม่ได้บรรยายว่าคดีเดิมศาลพิพากษาลงโทษแล้วหรือไม่ อย่างไร
หลักที่ศาลฎีกาวางไว้
📌 หลักเรื่องการบรรยายฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า หากโจทก์บรรยายว่า จำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอื่น และมีคำขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีดังกล่าว ย่อมถือว่า บรรยายข้อเท็จจริงเพียงพอแล้ว โดยไม่จำต้องระบุรายละเอียดว่าคดีดังกล่าวศาลพิพากษาลงโทษจำเลยหรือไม่ อย่างไร เพราะศาลย่อมมีอำนาจตรวจสอบผลของคดี และพิพากษาให้นับโทษต่อไปตามข้อเท็จจริงและคำขอของโจทก์ได้
📌 หลักเรื่องเงื่อนไขการสั่งนับโทษต่อ (ตาม ป.อ. มาตรา 22)
การนับโทษจำคุกต่อได้ ต้องเป็นกรณีที่ คดีเดิมมีโทษจำคุกจริง หากคดีเดิมถึงที่สุดแล้วศาลพิพากษาให้รอการลงโทษจำคุก ย่อมไม่อาจนับโทษต่อจากคดีนั้นได้
การปรับใช้ในคดีนี้
- คดีเดิม 3 คดี: ตรวจสอบแล้วปรากฏว่าถึงที่สุดโดยมีคำพิพากษาให้ รอการลงโทษจำคุก จึงนับโทษต่อไม่ได้
- คดีเดิมอีก 1 คดี: ตรวจสอบแล้วปรากฏว่า ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 3 เดือน และศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุด จึงนับโทษต่อได้ โดยศาลฎีกาแก้ให้นับโทษต่อจากคดีดังกล่าวของศาลชั้นต้น
สรุปสาระสำคัญ
การบรรยายฟ้องให้ชอบด้วยกฎหมาย: โจทก์ระบุเพียงว่า "จำเลยเป็นคนเดียวกับจำเลยในคดีอื่น" และขอให้นับโทษต่อ ถือว่าเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องบรรยายผลคำพิพากษาคดีเดิมว่าลงโทษหรือไม่ หรือเท่าใด
เงื่อนไขที่ศาลสั่งได้: ศาลจะสั่งนับโทษต่อได้เฉพาะคดีเดิมที่ ศาลพิพากษาจำคุกจริงเท่านั้น หากคดีเดิมศาลสั่งรอการลงโทษ จะนำมานับโทษต่อไม่ได้