⚖️ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4984/2568 (ประชุมใหญ่) ⚖️
📌 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง:
📖 ป.วิ.พ. มาตรา 145 (ผลผูกพันของคำพิพากษา)
📖 ป.พ.พ. มาตรา 456 วรรคสอง (สัญญาจะซื้อจะขาย)
📍 ประเด็นที่ 1: การรับฟังข้อเท็จจริงแตกต่างจากคดีก่อน (ป.วิ.พ. มาตรา 145)
- คดีก่อน: จำเลยเป็นโจทก์ฟ้องขับไล่โจทก์คดีนี้ออกจากที่ดินพิพาท อันเป็น คดีไม่มีทุนทรัพย์ (ประเด็น: มีสิทธิอยู่ในที่ดินหรือไม่)
- คดีนี้: โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยโอนกรรมสิทธิ์ตามสัญญาจะซื้อจะขาย อันเป็น คดีมีทุนทรัพย์ (ประเด็น: ชำระราคาครบจนมีสิทธิได้กรรมสิทธิ์หรือไม่)
✅ คำวินิจฉัย: เมื่อสภาพแห่งข้อหา คำขอบังคับ และข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาของทั้งสองคดีแตกต่างกัน ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจรับฟังข้อเท็จจริงในคดีนี้ให้แตกต่างไปจากคดีก่อนได้ ไม่เป็นการต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145
📍 ประเด็นที่ 2: สิทธิเรียกร้องตามสัญญาจะซื้อจะขาย (ป.พ.พ. มาตรา 456 วรรคสอง)
- พฤติการณ์: ภายหลังจำเลยรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินมาแล้ว โจทก์ได้ชำระเงินค่าที่ดินให้แก่ตัวแทนของจำเลยจนครบถ้วน และตัวแทนได้มอบโฉนดที่ดินให้บุคคลภายนอกยึดถือไว้แทนเพื่อรอการโอนกรรมสิทธิ์
✅ คำวินิจฉัย: พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าได้มีการ ตกลงทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกันขึ้นใหม่ ระหว่างโจทก์กับจำเลยแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท เฉพาะในส่วนของโจทก์ ให้แก่ตนได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 วรรคสอง