สรุปสั้น...🚨 ซื้อที่ดินมีโฉนดถูกต้อง แต่โดนเพิกถอนเพราะทับที่ป่า...
สรุปกรมที่ดินต้องรับผิดชอบหรือไม่? 🚨
📌 สรุปบรรทัดฐานสำคัญจาก คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.636/2568
👨⚖️ 1. พฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่ = "กระทำโดยประมาทเลินเล่อ"
🔸 เจ้าหน้าที่เดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน โดย "มิได้นำผังการจัดที่ดินตามโครงการ...มาเป็นหลักฐานประกอบ"
🔸 บทสรุปทางกฎหมาย: เป็นการออกโฉนด "โดยไม่ใช้ความระมัดระวัง ความรู้ความชำนาญ และความละเอียดรอบคอบ" ถือเป็นการกระทำด้วยความประมาทเลินเล่อในการปฏิบัติหน้าที่
🏢 2. กรมที่ดิน (หน่วยงานต้นสังกัด) = "ต้องรับผิดชอบชดใช้"
🔸 เมื่อการออกโฉนดไม่ชอบด้วยกฎหมายจนศาลต้องพิพากษาเพิกถอน ถือเป็น "การทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์" (ตาม ป.พ.พ. มาตรา 420)
🔸 บทสรุปทางกฎหมาย: กรมที่ดินในฐานะหน่วยงานต้นสังกัด "ย่อมต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน" ในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ได้กระทำ
💰 3. หลักเกณฑ์การ "กำหนดค่าสินไหมทดแทน" (สิ่งที่ผู้เสียหายได้คืน)
✅ ค่าสูญเสียกรรมสิทธิ์ในที่ดิน: ศาลให้กำหนดตาม "ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม"
✅ ค่าพัฒนาที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง: ศาลให้กำหนดตามราคาประเมินของสำนักงานโยธาธิการฯ "ซึ่งเป็นราคาตามแบบมาตรฐานของทางราชการ รวม Factor F และหักค่าเสื่อมราคาแล้ว" (เฉพาะสิ่งปลูกสร้างบนโฉนดที่ถูกเพิกถอน)
❌ 4. ค่าเสียหายที่ศาล "ไม่อาจกำหนดให้ได้" (สิ่งที่ไม่ได้คืน)
🏦 เงินกู้ยืมธนาคาร: ศาลตีความว่า "เป็นการกู้ยืมเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจเป็นปกติ" ไม่ใช่ค่าเสียหายที่เกิดจากการเพิกถอนโฉนดโดยตรง
📉 ค่าขาดประโยชน์ (กำไรที่ควรได้): ศาลตีความว่า "เป็นเพียงการคาดการณ์ผลกำไรในอนาคต" ซึ่งยังมีความไม่แน่นอน
🎯 บทสรุปผลแห่งคดี
ศาลปกครองสูงสุดสั่งให้กรมที่ดินชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน
84,305,980.58 บาท
พร้อมดอกเบี้ย ให้แก่ผู้เสียหาย
(คิดดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี จนถึง 10 เม.ย. 64 และร้อยละ 3 บวกอัตราเพิ่มร้อยละ 2 ต่อปี ตั้งแต่ 11 เม.ย. 64 เป็นต้นไป) โดยให้ชำระให้เสร็จสิ้นภายใน 60 วันนับแต่คดีถึงที่สุด