สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4410/2567 และ ฎีกาที่ 5208/2566 สั่งจ่ายเช็คชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้

สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4410/2567 และ 5208/2566

เรื่อง: สั่งจ่ายเช็คชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้

⚖️ ฎีกา 4410/2567
🧾 ฎีกา 5208/2566
📌 ธีม: เช็คชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้
ประเด็นข้อกฎหมายที่น่าสนใจ
  1. กู้ยืมเงินไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ แต่มาทำ “หนังสือรับสภาพหนี้” และสั่งจ่ายเช็คชำระหนี้ หากธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเพราะ ลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายไม่ถูกต้องตามเงื่อนไข และปรากฏว่า ผู้สั่งจ่ายมีเจตนาไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น จะมีความผิดอาญาหรือไม่? (ฎีกาที่ 4410/2567)
  2. ทำหนังสือรับสภาพหนี้หลายฉบับ และสั่งจ่ายเช็คหลายฉบับตามหนี้นั้น ถือเป็นความผิด กรรมเดียว หรือ หลายกรรมต่างกัน? (ฎีกาที่ 5208/2566)

1) กรณีสั่งจ่ายเช็คตามหนังสือรับสภาพหนี้ (ฎีกาที่ 4410/2567)

ฎีกา 4410/2567
ประเด็นหลัก: ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเพราะ “ลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายไม่ถูกต้องตามเงื่อนไข”
และปรากฏว่า ผู้สั่งจ่ายมีเจตนาไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น

🧩 ข้อเท็จจริง

  • จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์หลายครั้ง โดย ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ
  • ต่อมาจำเลยทำ “หนังสือรับสภาพหนี้” ยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์
  • ตกลงชำระหนี้โดย สั่งจ่ายเช็ค ให้แก่โจทก์
  • เมื่อถึงกำหนด ธนาคาร ปฏิเสธการจ่ายเงิน โดยระบุเหตุว่า “ลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายไม่ถูกต้องตามเงื่อนไขที่ให้ไว้กับธนาคาร”

⚖️ ศาลฎีกาวินิจฉัยวางหลักว่า

สถานะของหนี้
หนังสือรับสภาพหนี้ที่มีข้อความชัดแจ้งว่าจำเลยยอมรับว่าเป็นหนี้ และจำเลยลงลายมือชื่อไว้นั้น ถือเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงิน ที่โจทก์สามารถนำไปฟ้องร้องให้จำเลยรับผิดทางแพ่งได้โดยตรง
เช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย
การที่จำเลยสั่งจ่ายเช็คเพื่อชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ จึงเป็นการสั่งจ่ายเช็คเพื่อชำระหนี้ที่ มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย
องค์ประกอบความผิดตาม พ.ร.บ.เช็ค มาตรา 4(1)
เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเพราะลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายไม่ถูกต้องตามเงื่อนไข และปรากฏว่า ผู้สั่งจ่ายมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น การกระทำจึงครบองค์ประกอบความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4(1)
🔍 แก่นสำคัญ: “หนี้สมบูรณ์ + เช็คออกเพื่อชำระหนี้จริง + ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเหตุในคดี + ปรากฏเจตนาไม่ให้ใช้เงินตามเช็ค” → เข้าองค์ประกอบ ม.4(1)

2) กรณีความผิดหลายกรรมต่างกัน (ฎีกาที่ 5208/2566)

ฎีกา 5208/2566
ประเด็นหลัก: หนังสือรับสภาพหนี้หลายฉบับ + เช็คหลายฉบับผูกเฉพาะฉบับ → หลายกรรมต่างกัน
โทษนับเป็นกระทงตาม ป.อ. มาตรา 91

🧩 ข้อเท็จจริง

  • จำเลยกู้ยืมเงินและทำ หนังสือรับสภาพหนี้รวม 3 ฉบับ (ต่างวาระกัน)
  • จำเลยสั่งจ่าย เช็ค 3 ฉบับ เพื่อชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ แต่ละฉบับเจาะจงกันไป
  • เมื่อโจทก์นำเช็คไปเรียกเก็บ ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเหตุในเช็คพิพาท

⚖️ ศาลฎีกาวินิจฉัยวางหลักว่า

เจตนาแยกรายฉบับ
เมื่อหนังสือรับสภาพหนี้ระบุรายละเอียดของเช็คพิพาทว่าจำเลยออกเพื่อชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ “แต่ละฉบับ” จำเลยย่อมมีเจตนาออกเช็คพิพาทแต่ละฉบับเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย แยกจากกัน
บทลงโทษ: หลายกรรมต่างกัน
การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิด “หลายกรรมต่างกัน” ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (รวม 3 กระทง) ไม่ใช่กรรมเดียว
🔍 แก่นสำคัญ: “หนี้แยกฉบับ + เช็คผูกเฉพาะฉบับ” → นับความผิดแยกกระทง

✅ สรุปหลักที่ใช้ได้จริง

  • 📝 แม้เดิมไม่มีสัญญากู้เป็นหนังสือ แต่เมื่อมี หนังสือรับสภาพหนี้ ลงลายมือชื่อชัดเจน ย่อมเป็นหลักฐาน ฟ้องบังคับทางแพ่งได้
  • 💳 เช็คที่สั่งจ่ายตามหนังสือรับสภาพหนี้ เป็นเช็คเพื่อชำระหนี้ที่ มีอยู่จริงและบังคับได้
  • 🚫 หากธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเพราะ ลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายไม่ถูกต้องตามเงื่อนไข และปรากฏว่า ผู้สั่งจ่ายมีเจตนาไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น ย่อมเข้าองค์ประกอบความผิดตาม พ.ร.บ.เช็ค ม.4(1)
  • 🧾 เมื่อมีหนี้หลายก้อน / หนังสือรับสภาพหนี้หลายฉบับ / เช็คหลายฉบับที่ผูกกับแต่ละฉบับโดยเฉพาะ ย่อมเป็น หลายกรรมต่างกัน โทษนับเป็นกระทงตาม ป.อ. ม.91
#ฎีกาศึกษา #คำพิพากษาศาลฎีกา #เช็คเด้ง #หนังสือรับสภาพหนี้ #พ.ร.บเช็ค #มาตรา4_1 #ปอ91 #หลายกรรมต่างกัน #ฎีกา4410_2567 #ฎีกา5208_2566

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า