ฎีกาที่ 8122-8123/2567

#ฎีกาศึกษา #ทนายความ

สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8122 - 8123/2567

เรื่อง: การขออนุญาตอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงคดีศาลแขวง
และผลของคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งรับอุทธรณ์โดยไม่ได้มีคำสั่งอนุญาตให้ชัดแจ้ง

ประเด็นข้อกฎหมาย

ในคดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงฯ หากผู้พิพากษาศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์โดยเพียงระบุว่ายื่นภายในกำหนด แต่ไม่ได้มีคำสั่ง "อนุญาต" ให้อุทธรณ์ หรือรับรองว่าเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลอุทธรณ์อย่างชัดแจ้ง จะถือเป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?


ข้อเท็จจริง

โจทก์และโจทก์ร่วมฟ้องจำเลยในข้อหาฉ้อโกง ศาลชั้นต้น (ศาลแขวง) พิพากษายกฟ้อง โจทก์ร่วมยื่นอุทธรณ์ซึ่งเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง (ซึ่งโดยหลักกฎหมายต้องห้ามอุทธรณ์ เว้นแต่จะได้รับอนุญาต)

ปรากฏว่าผู้พิพากษาที่พิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น มีคำสั่งในคำฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมเพียงว่า "โจทก์ร่วมยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดระยะเวลาที่ศาลอนุญาตให้ขยายรับอุทธรณ์ของโจทก์ร่วม สำเนาให้จำเลยทั้งสองแก้ภายใน 15 วัน..." โดยไม่ได้มีข้อความสั่งอนุญาตให้โจทก์ร่วมอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงแต่อย่างใด

ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ร่วม (ไม่รับวินิจฉัย) โจทก์ร่วมจึงฎีกา

คำวินิจฉัยศาลฎีกา

  • 1. หลักเกณฑ์การอุทธรณ์คดีศาลแขวง: คดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 จะเกิดสิทธิให้คู่ความสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ก็ต่อเมื่อมีการ "ขออนุญาต" และ "ได้รับอนุญาต" ให้อุทธรณ์จากผู้พิพากษาที่พิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นตามมาตรา 22 ทวิ
  • 2. ขั้นตอนการปฏิบัติ: ในการขออนุญาตอุทธรณ์ คู่ความผู้ขอต้องยื่นคำร้องถึงผู้พิพากษานั้นพร้อมกับคำฟ้องอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้น (ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 วรรคสาม ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงฯ มาตรา 4)
  • 3. เงื่อนไขความสมบูรณ์ของคำสั่ง: อุทธรณ์จะเป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยกฎหมายได้ ก็ต่อเมื่อ:
    • ผู้พิพากษาที่มีอำนาจได้ สั่งคำร้องอนุญาต ให้คู่ความนั้นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้ หรือ
    • กรณีที่มิได้มีการยื่นคำร้องขออนุญาตโดยตรง แต่ผู้พิพากษาผู้มีอำนาจมีคำสั่งขณะตรวจรับอุทธรณ์ว่า ข้อความที่ตัดสินเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลอุทธรณ์และอนุญาตให้คู่ความฝ่ายนั้นอุทธรณ์
  • 4. การปรับบทกฎหมายกับคดีนี้: คดีนี้ผู้พิพากษาฯ มีคำสั่งเพียงว่ารับอุทธรณ์ไว้เพราะยื่นภายในกำหนด ไม่ได้มีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ร่วมอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้ การที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมจึงเป็นการกระทำโดย "ผิดหลง" คำสั่งรับอุทธรณ์จึงไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะไม่รับวินิจฉัยและพิพากษายกอุทธรณ์

บทสรุป

การยื่นอุทธรณ์ในคดีศาลแขวงที่ต้องห้ามอุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริง แม้ศาลชั้นต้นจะสั่ง "รับอุทธรณ์" ไว้ดำเนินการแล้ว แต่หากในคำสั่งนั้นไม่ได้ระบุข้อความว่า "อนุญาตให้อุทธรณ์" หรือ "รับรองว่าเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลอุทธรณ์" ถือว่ากระบวนพิจารณานั้นเป็นการสั่งโดยผิดหลง อุทธรณ์ดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลสูงต้องยกอุทธรณ์

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8122 - 8123/2567

ป.วิ.พ. มาตรา 224 วรรคสาม
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4, มาตรา 22, มาตรา 22 ทวิ

*คดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 คู่ความสามารถยื่นอุทธรณ์กรณีมีการขออนุญาตหรือได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์จากผู้พิพากษาที่พิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นตามมาตรา 22 ทวิ... (อ่านรายละเอียดฉบับเต็มในส่วนคำวินิจฉัย)

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า