สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6104/2564
เรื่อง: การบรรยายฟ้องความผิดฐานโกงเจ้าหนี้
(ต้องบรรยายว่าเจ้าหนี้ใช้หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาล)
ประเด็นข้อกฎหมาย
คำฟ้องโจทก์ที่บรรยายเพียงว่า จำเลยกระทำไปโดยคาดหมายว่าโจทก์ "อาจ" ฟ้องร้องบังคับคดี หรือโจทก์ "สามารถ" ใช้สิทธิทางศาลได้ โดยไม่ได้ระบุว่าขณะเกิดเหตุโจทก์ "ได้ใช้" หรือ "จะใช้" สิทธิเรียกร้องทางศาล... ถือว่าเป็นคำฟ้องที่ครบองค์ประกอบความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตาม ป.อ. มาตรา 350 หรือไม่?
ข้อเท็จจริงในคดี
- โจทก์ฟ้อง: จำเลยทั้งสองในความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ โดยกล่าวหาว่าจำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์จากการผิดสัญญาขายฝากที่ดิน
- การกระทำ: จำเลยทั้งสองจดทะเบียนหย่าและทำบันทึกแบ่งทรัพย์สิน (ที่ดิน) ให้เป็นของจำเลยที่ 2 เพียงผู้เดียว เพื่อไม่ให้โจทก์ได้รับชำระหนี้
- คำฟ้องที่มีปัญหา: โจทก์บรรยายฟ้องว่า "โจทก์สามารถใช้สิทธิทางศาลเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ได้" และจำเลยกระทำไปโดยคาดหมายว่าโจทก์อาจฟ้องร้องบังคับคดี
- สิ่งที่ขาดหายไป: ในคำฟ้องไม่ได้ระบุยืนยันว่า ขณะเกิดเหตุโจทก์ "ได้ใช้" หรือ "จะใช้" สิทธิเรียกร้องทางศาลให้จำเลยชำระหนี้ และจำเลยทั้งสอง "รู้" ว่าโจทก์ได้ใช้หรือจะใช้สิทธิดังกล่าว
- ศาลล่าง: ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง และศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน (โจทก์ฎีกา)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6104/2564 วินิจฉัยวางหลักว่า
1. ต้องดูที่คำฟ้องเท่านั้น:
การพิจารณาว่าคำฟ้องโจทก์ครบองค์ประกอบความผิดหรือไม่ ต้องพิจารณาจาก คำฟ้องของโจทก์เท่านั้น ไม่อาจนำเอกสารท้ายฟ้อง เอกสารท้ายอุทธรณ์ และเอกสารท้ายฎีกา มาพิจารณาประกอบกับคำฟ้องได้
การพิจารณาว่าคำฟ้องโจทก์ครบองค์ประกอบความผิดหรือไม่ ต้องพิจารณาจาก คำฟ้องของโจทก์เท่านั้น ไม่อาจนำเอกสารท้ายฟ้อง เอกสารท้ายอุทธรณ์ และเอกสารท้ายฎีกา มาพิจารณาประกอบกับคำฟ้องได้
2. องค์ประกอบความผิด มาตรา 350:
ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 นั้น "จะต้องปรากฏว่าเจ้าหนี้ได้ใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ลูกหนี้ชำระหนี้แล้ว หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ลูกหนี้ชำระหนี้ และผู้กระทำก็ต้องรู้ว่าเจ้าหนี้ได้ใช้สิทธิเรียกร้องทางศาล... หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาล..."
ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 นั้น "จะต้องปรากฏว่าเจ้าหนี้ได้ใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ลูกหนี้ชำระหนี้แล้ว หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ลูกหนี้ชำระหนี้ และผู้กระทำก็ต้องรู้ว่าเจ้าหนี้ได้ใช้สิทธิเรียกร้องทางศาล... หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาล..."
3. การปรับบทกฎหมายกับคดีนี้:
การที่โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่า "โจทก์สามารถใช้สิทธิทางศาล..." เป็นเพียงการบรรยายว่าจำเลยทั้งสองกระทำไปทั้งที่คาดหมายว่าโจทก์อาจฟ้องร้องบังคับคดีเท่านั้น
คำฟ้องของโจทก์ ไม่ได้ระบุว่า ขณะเกิดเหตุโจทก์ได้ใช้หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ และจำเลยทั้งสองรู้ข้อเท็จจริงนั้น
ดังนั้น คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องที่ขาดสาระสำคัญ ไม่ครบองค์ประกอบแห่งความผิด ฐานโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350
การที่โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่า "โจทก์สามารถใช้สิทธิทางศาล..." เป็นเพียงการบรรยายว่าจำเลยทั้งสองกระทำไปทั้งที่คาดหมายว่าโจทก์อาจฟ้องร้องบังคับคดีเท่านั้น
คำฟ้องของโจทก์ ไม่ได้ระบุว่า ขณะเกิดเหตุโจทก์ได้ใช้หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ และจำเลยทั้งสองรู้ข้อเท็จจริงนั้น
ดังนั้น คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องที่ขาดสาระสำคัญ ไม่ครบองค์ประกอบแห่งความผิด ฐานโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350
บทสรุปทางกฎหมาย
ศาลฎีกาพิพากษายืนให้ "ยกฟ้อง"
เนื่องจากคำฟ้องของโจทก์ขาดองค์ประกอบความผิด เพราะไม่ได้บรรยายยืนยันว่าในขณะกระทำความผิด เจ้าหนี้ (โจทก์) ได้ใช้สิทธิทางศาลหรือจะใช้สิทธิทางศาลแล้ว และจำเลยรู้อยู่แล้ว
การบรรยายเพียงว่า "อาจจะฟ้อง" หรือ "สามารถฟ้องได้" ยังไม่เพียงพอที่จะลงโทษในความผิดฐานนี้
Tags
ฎีกาปี ๒๕๖๔