ฎีกาที่ 892/2568

ฎีกาศึกษา: ดอกเบี้ยเกินอัตราและการนำสืบ (ฎีกาที่ 892/2568)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 892/2568

⚖️ ฎีกาศึกษา: การนำสืบการชำระดอกเบี้ย
& ผลของดอกเบี้ยเกินอัตรา

(ป.พ.พ. มาตรา 653 และ มาตรา 411)

1️⃣ ประเด็นข้อพิพาทและข้อกฎหมาย
ประเด็นที่ 1: การนำสืบการชำระ "ดอกเบี้ย" ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ให้ยืม ตามมาตรา 653 วรรคสอง หรือไม่?
ประเด็นที่ 2: ดอกเบี้ยเกินอัตราที่จ่ายไปแล้ว (โมฆะ) จะขอคืนไม่ได้ตาม ม.411 แต่จะนำมา "หักกลบต้นเงิน" ได้หรือไม่?
2️⃣ ข้อเท็จจริง
  • 🏠 การกู้ยืม: จำเลยกู้เงินโจทก์ 400,000 บาท (มีจำนองที่ดินค้ำประกัน)
  • 💸 ดอกเบี้ย: คิดร้อยละ 2 ต่อเดือน (24% ต่อปี) ซึ่งเกินกว่ากฎหมายกำหนด
  • 📝 การชำระหนี้: จำเลยชำระดอกเบี้ยไปแล้วรวม 208,000 บาท
  • 🚫 หลักฐาน: มีบันทึกการรับเงิน (เอกสาร ล.1-ล.5) ที่โจทก์เขียนให้ แต่ไม่ได้ลงชื่อโจทก์
3️⃣ คำวินิจฉัยศาลฎีกา
📍 ประเด็นที่ 1: การนำสืบดอกเบี้ย (ม.653 วรรคสอง)

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บทบัญญัติที่ต้องใช้หลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ให้ยืมมาแสดง "หมายถึงการนำสืบถึงการชำระต้นเงินเท่านั้น ไม่รวมถึงการชำระดอกเบี้ยด้วย"

ผลในคดี: จำเลยนำสืบพยานหลักฐานอื่น (บันทึกไม่มีลายเซ็น) เพื่อพิสูจน์ว่าชำระดอกเบี้ยแล้วได้ และเมื่อโจทก์ไม่คัดค้านความถูกต้อง พยานหลักฐานจึงรับฟังได้


📍 ประเด็นที่ 2: ผลของดอกเบี้ยเกินอัตรา (ม.411)

ข้อตกลงดอกเบี้ยเกินอัตราตกเป็น โมฆะ

  • 🔸 จำเลย: ยอมชำระดอกเบี้ยเกินอัตรา = ชำระหนี้ฝ่าฝืนกฎหมาย (ม.411) 👉 เรียกร้องเงินคืนไม่ได้
  • 🔸 โจทก์: ไม่มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยส่วนที่เป็นโมฆะ 👉 ต้องนำเงินนั้นไปหักต้นเงิน
🏁 บทสรุปคำพิพากษา

เงินดอกเบี้ยที่จ่ายไปแล้ว แม้เรียกคืนไม่ได้ แต่เจ้าหนี้ก็เก็บไว้ไม่ได้ ต้องนำมาหักลบหนี้

400,000 (ต้นเงิน) - 208,000 (ดอกเบี้ยที่จ่ายไป)
= หนี้คงเหลือ 192,000 บาท

(พร้อมดอกเบี้ยผิดนัดตามกฎหมาย)

💡 Tip สำหรับนักกฎหมาย: ในคดีกู้ยืม ทนายความจำเลยสามารถนำสืบการชำระดอกเบี้ยได้โดย ไม่ต้องอาศัยหลักฐานที่เป็นหนังสือที่มีลายเซ็นเจ้าหนี้

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า