⚖️ ฎีกาศึกษา: การแบ่งปันทรัพย์มรดก
โดยการครอบครองเป็นส่วนสัด
กรณีทายาทรับโอนที่ดินมรดกบางแปลงไปแล้ว และไม่คัดค้านเมื่อผู้จัดการมรดกโอนที่ดินแปลงอื่นเป็นของตนเอง ถือว่าเป็นการตกลงแบ่งปันทรัพย์มรดกโดยการครอบครองเป็นส่วนสัดที่มีผลผูกพันทายาทแล้วหรือไม่?
คู่ความ: โจทก์และจำเลยเป็นบุตรและทายาทของเจ้ามรดก ศาลได้ตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดก
จำเลยได้โอนที่ดินมรดกแปลงหนึ่ง (โฉนดเลขที่ 198) มาเป็นของตนเองและนำไปจำนอง
➡️ โดยไม่มีทายาทคนใดคัดค้าน
จำเลยได้โอนที่ดินมรดกอีกแปลงหนึ่ง (โฉนดเลขที่ 27018) ให้แก่โจทก์
➡️ ซึ่งโจทก์ได้รับโอนไว้โดยไม่มีทายาทคนใดคัดค้านเช่นกัน
ภายหลังโจทก์มาฟ้องขอแบ่งที่ดินแปลงแรก (โฉนด 198) จากจำเลย
การที่จำเลยโอนที่ดินพิพาทเป็นของตนเองโดยไม่มีทายาทคัดค้าน แสดงให้เห็นว่าโจทก์รับรู้และเห็นชอบกับการโอนนั้นมาตั้งแต่ต้น
การที่โจทก์รับโอนที่ดินอีกแปลงหนึ่งไปโดยไม่มีทายาทคัดค้าน สอดคล้องกับพฤติการณ์การแบ่งปันทรัพย์มรดกด้วยการให้ทายาทเข้าครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัด ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1750 วรรคหนึ่ง
เมื่อรับฟังได้ว่าโจทก์ยินยอมให้ที่ดินพิพาทตกเป็นของจำเลยแต่เพียงผู้เดียว จำเลยจึงไม่ต้องนำที่ดินดังกล่าวมาแบ่งปันแก่โจทก์อีก และมีอำนาจทำนิติกรรมในที่ดินนั้นได้โดยชอบ
เมื่อทายาทต่างฝ่ายต่างรับโอนที่ดินมรดกไปคนละแปลงและเข้าครอบครองโดยไม่มีฝ่ายใดคัดค้าน ถือเป็นพฤติการณ์ที่แสดงเจตนาตกลง "แบ่งปันทรัพย์มรดกโดยการครอบครองทรัพย์สินเป็นส่วนสัด" แล้ว
✨ กรรมสิทธิ์จึงตกเป็นของแต่ละคนโดยสมบูรณ์
🚫 ทายาทจึงไม่อาจกลับมาฟ้องร้องบังคับคดีในทรัพย์สินส่วนที่ตนเคยยินยอมให้ตกเป็นของผู้อื่นไปแล้วได้