ฏีกาที่ 1323/2566

📢 ฎีกาศึกษา: การครอบครองทรัพย์มรดกของผู้จัดการมรดก และพินัยกรรมด้วยวาจา

(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1323/2566)

📍 ข้อเท็จจริง

เจ้ามรดก (นาย พ.) ถึงแก่ความตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมเป็นหนังสือ แต่เคยสั่งเสียด้วยวาจาว่าจะยกที่ดินให้จำเลย ต่อมาจำเลยได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการมรดก และได้โอนที่ดินมาเป็นชื่อตนเอง โดยอ้างว่าตนครอบครองและเสียภาษีบำรุงท้องที่มาตลอด


⚖️ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า:

1. เรื่องพินัยกรรมด้วยวาจา (ป.พ.พ. มาตรา 1663)

การสั่งเสียด้วยวาจา หากไม่มี "พฤติการณ์พิเศษ" (เช่น ใกล้ความตาย หรือมีโรคระบาด) ไม่ถือเป็นพินัยกรรมตามกฎหมาย ที่ดินจึงยังเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาททุกคน

2. เรื่องการครอบครองของผู้จัดการมรดก (ป.พ.พ. มาตรา 1381)

ผู้จัดการมรดกถือครองทรัพย์สิน "แทนทายาททุกคน" หากจะอ้างสิทธิครอบครองเป็นของตนเอง (ปรปักษ์) ต้องมีการ "บอกกล่าวเปลี่ยนเจตนา" ไปยังทายาทอื่นอย่างชัดเจนก่อน หากไม่บอกกล่าว แม้จะโอนชื่อเป็นของตนเอง ก็ยังถือว่าครอบครองแทนทายาทอยู่

3. เรื่องการเสียภาษี

🚫 การเสียภาษีบำรุงท้องที่ ไม่ใช่หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง

✅ บทสรุป

ที่ดินพิพาทนี้ยังคงเป็นทรัพย์มรดก ผู้จัดการมรดกไม่มีสิทธิโอนเป็นของตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอม และหากจะอ้างการครอบครองปรปักษ์ ต้องบอกกล่าวเปลี่ยนเจตนาตาม ป.พ.พ. มาตรา 1381 ก่อนเท่านั้น

#ฎีกาศึกษา #กฎหมายมรดก #ผู้จัดการมรดก #พินัยกรรม #ที่ดิน #มาตรา1381

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า