ฎีกาที่ 7256/2567 หมิ่นประมาท

 


ฎีกาที่ 7256/2567

ประเด็นข้อกฎหมาย: เจ้าหนี้โพสต์ทวงหนี้หรือประจานลูกหนี้ลงในเฟซบุ๊ก โดยอ้างว่าเป็น "การติชมด้วยความเป็นธรรม" หรือ "แสดงความคิดเห็นโดยสุจริต" เพื่อป้องกันส่วนได้เสียของตน สามารถยกเว้นความผิดฐานหมิ่นประมาทได้หรือไม่?

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7256/2567

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.อ. มาตรา 329

         จำเลยโพสต์ข้อความ และแสดงภาพถ่ายของโจทก์ในโปรแกรมประยุกต์เฟซบุ๊ก ย่อมทำให้ผู้ที่รู้จักโจทก์เข้าใจว่าโจทก์เป็นคนโกง เป็นหนี้แล้วไม่ชำระคืน เป็นคนหลอกลวงจึงเป็นการใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง หากจำเลยเห็นว่า โจทก์มีเจตนาที่จะไม่ชำระหนี้แก่จำเลย จำเลยควรต้องใช้สิทธิดำเนินคดีแก่โจทก์เพื่อขอให้บังคับโจทก์ชำระหนี้แก่จำเลยตามกฎหมาย มิใช่ใช้วิธีลงข้อความอันเป็นการหมิ่นประมาทและรูปภาพโจทก์ การกระทำของจำเลยถือไม่ได้ว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริต อันจะเป็นเหตุยกเว้นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 329 (1) (3)

 

ถาม - ตอบ ตามคำพิพากษาศาลฎีกา

คำถาม: การโพสต์ทวงหนี้ในเฟซบุ๊ก สามารถอ้าง ป.อ. มาตรา 329(1) ว่าเป็นการกระทำเพื่อความชอบธรรม ป้องกันส่วนได้เสียของตนได้หรือไม่?

คำตอบ: ไม่ได้ ศาลฎีกาวางแนวทางไว้ชัดเจนว่า หากเจ้าหนี้ต้องการบังคับชำระหนี้ ต้องใช้สิทธิทางศาล (ฟ้องแพ่ง) การนำรูปและข้อความไปโพสต์ประจานถือเป็นเจตนาหมิ่นประมาท ไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตตามมาตรา 329

คำถาม: เพราะเหตุใดศาลฎีกาจึงไม่เห็นด้วยกับศาลอุทธรณ์ที่ใช้มาตรา 55 (ยกโทษจำคุก คงไว้แต่โทษปรับ)?

คำตอบ: เพราะการกระทำผ่านสื่อออนไลน์ (Facebook) บุคคลทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้ สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างและรวดเร็ว พฤติการณ์แห่งคดีจึงร้ายแรงกว่าการหมิ่นประมาททั่วไป โทษปรับสถานเดียวจึงไม่เหมาะสมแก่สภาพความผิด

 

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า