ฎีกาที่ 1303/2568
ประเด็นข้อกฎหมาย:
1. บันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับครอบครัวที่มีเงื่อนไขให้ฝ่ายชายสละสิทธิในสินสมรสทั้งหมดหากทำร้ายร่างกายฝ่ายหญิงหรือคนในครอบครัว
ถือเป็นสัญญาระหว่างสมรสหรือทัณฑ์บนตามกฎหมาย
2. ข้อตกลงให้สละสิทธิในสินสมรสทั้งหมดหากผิดสัญญา
ถือเป็นเบี้ยปรับหรือไม่ และศาลมีอำนาจลดลงได้หรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่
1303/2568
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง;
ป.พ.พ. มาตรา 382, มาตรา
1516 (8) ป.วิ.อ. มาตรา 142 (5), มาตรา
246, มาตรา 252 พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว
พ.ศ.2553 มาตรา 182/1 วรรคสอง
เมื่อพิจารณาเนื้อความตามบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับครอบครัวทั้งฉบับแล้ว
เห็นได้ว่า
เจตนาในการทำบันทึกข้อตกลงดังกล่าวมุ่งเน้นในเรื่องความประพฤติของจำเลยเป็นสำคัญ
โดยมีเงื่อนไขบังคับหากจำเลยฝ่าฝืนกระทำผิดข้อตกลงดังกล่าว
จำเลยยินยอมหย่าขาดกับโจทก์ และสละสิทธิในทรัพย์สินอันเป็นสินสมรสทั้งหมด
ดังนั้นบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับครอบครัว
จึงไม่ใช่ข้อตกลงเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาโดยตรงอันจะเป็นสัญญาระหว่างสมรส
แต่เป็นสัญญาอย่างหนึ่งอันมีลักษณะเป็นทัณฑ์บนในเรื่องความประพฤติของจำเลย
ตามบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 1516 (8) เมื่อบันทึกข้อตกลงที่ทำให้ไว้ดังกล่าวไม่เป็นการฝ่าฝืนศีลธรรมอันดีหรือจำกัดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล
ไม่มีวัตถุประสงค์เป็นที่ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย
อีกทั้งมิได้เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
บันทึกข้อตกลงนี้จึงมีผลใช้บังคับได้ตามกฎหมาย
เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทำร้ายร่างกายบุตร
จำเลยจึงกระทำผิดทัณฑ์บนที่ทำกันเป็นหนังสือในเรื่องความประพฤติ
โจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าวได้
แต่ในส่วนที่ตกลงกันว่า
หากผู้ให้สัญญาทำร้ายร่างกายผู้รับสัญญาหรือบุคคลในครอบครัวคนหนึ่งคนใด
ผู้ให้สัญญาขอสละสิทธิในสินสมรสที่ทำมาหาได้ร่วมกันกับผู้รับสัญญาทั้งหมดนั้น
เป็นข้อตกลงที่มีลักษณะเป็นการชำระหนี้อย่างอื่นที่มิใช่ใช้เป็นจำนวนเงินเป็นเบี้ยปรับ
ตาม ป.พ.พ. มาตรา 382 ถ้าเบี้ยปรับนั้นสูงเกินส่วน
ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 383 ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นสมควรลดค่าปรับให้แก่จำเลย
แม้ปัญหานี้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา
แต่ปัญหาว่าจะใช้บทบัญญัติกฎหมายใดบังคับแก่คดีนั้น
เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน
ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยให้ถูกต้องได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 252 และ
พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 182/1 วรรคสอง
