ฎีกาศึกษา:
หนี้อันเกิดจากค่าใช้จ่ายในการจัดการทำศพ
และสถานะของเงินฌาปนกิจสงเคราะห์จากกองทุนหมู่บ้าน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่
5043/2566
ประเด็นข้อกฎหมาย: เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ที่กองทุนหมู่บ้านจ่ายให้แก่ผู้จัดการศพเพื่อช่วยเหลือในการจัดงานศพ
ถือเป็นเงินที่ต้องนำมาหักกลบกับค่าใช้จ่ายในการจัดการทำศพตามสมควรแก่ฐานะ
ก่อนที่จะไปเรียกเอาจากกองมรดกหรือไม่?
ข้อเท็จจริง: นาย ส. (ผู้ตาย) ถึงแก่ความตายโดยมิได้ตั้งผู้จัดการมรดกไว้
จำเลยซึ่งเป็นบุตรและทายาทโดยธรรมแต่ยังไม่มีรายได้ จึงมอบหมายให้โจทก์ (อา - น้องสาวผู้ตาย)
เป็นผู้จัดการทำศพแทน โจทก์เสียค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพไปจำนวนหนึ่ง
(ศาลล่างกำหนดให้ตามความเหมาะสม 100,000 บาท) อย่างไรก็ตาม โจทก์ได้รับเงินฌาปนกิจศพสงเคราะห์จากกองทุนหมู่บ้าน รวมเป็นเงิน
163,518 บาท
โจทก์ได้ฟ้องเรียกค่าใช้จ่ายในการทำศพคืนจากจำเลยในฐานะทายาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่
5043/2566 วินิจฉัยวางบรรทัดฐานว่า:
1.
หน้าที่ในการชดใช้ค่าทำศพ: หนี้อันเกิดจากค่าใช้จ่ายในการจัดการทำศพนั้น
จำต้องชดใช้จากสินทรัพย์แห่งกองมรดก
เนื่องด้วยเป็นการดำเนินการตามสมควรแก่ฐานะในสมาคมของผู้ตายตาม ป.พ.พ. มาตรา 1650
2.
สถานะของเงินฌาปนกิจศพจากกองทุนหมู่บ้าน: เงินฌาปนกิจศพของผู้ตายที่โจทก์ได้รับจากกองทุนหมู่บ้านนั้น ถือเป็นเงินจัดการทำศพผู้ตาย
แม้จะเป็นเงินที่ได้มาตามสิทธิภายหลังที่ผู้ตายถึงแก่ความตายแล้ว
หาใช่ทรัพย์สินที่ผู้ตายมีอยู่ในขณะที่ถึงแก่ความตายไม่เป็นสินทรัพย์แห่งกองมรดกก็ตาม
3.
เจตนาของเงินฌาปนกิจสงเคราะห์จากกองทุนหมู่บ้าน: เมื่อพิจารณาระเบียบประกอบรายการโอนเงินที่ระบุว่าเป็นเงินฌาปนกิจศพสงเคราะห์บ้าง
สงเคราะห์ศพบ้าง ส่งเงินศพบ้าง แสดงว่าหมู่บ้านต่าง ๆ
มีเจตนามอบเงินดังกล่าวเป็นเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือจัดการงานศพสมาชิกตามประเพณีเพื่อลดภาระหนี้สินค่าใช้จ่ายจัดการศพอันเป็นการสงเคราะห์ศพ
4.
การหักกลบหนี้: จึงต้องนำเงินดังกล่าว (เงินฌาปนกิจ)
ไปหักกับค่าใช้จ่ายที่โจทก์ได้จ่ายไปในการจัดการศพผู้ตายก่อนตามเจตนาที่กองทุนหมู่บ้านมอบให้
หากมีค่าใช้จ่ายเหลือเท่าใดจึงเป็นหนี้กองมรดก
สรุป: เมื่อโจทก์ (ผู้จัดการศพ) ได้รับเงินฌาปนกิจสงเคราะห์มาแล้ว
ต้องนำเงินจำนวนนั้นมาหักออกจากค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพตามสมควรแห่งฐานะก่อน
ในคดีนี้ค่าใช้จ่ายที่ศาลเห็นสมควรคือ 100,000 บาท แต่โจทก์ได้รับเงินช่วยงานศพมาแล้วถึง 163,518 บาท
ซึ่งมากกว่าค่าใช้จ่ายจริง จึงถือว่าโจทก์ได้รับเงินครบถ้วนแล้ว
ไม่มีหนี้สินที่ทายาท (จำเลย) จะต้องรับผิดชดใช้คืนแก่โจทก์อีก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่
5043/2566
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. มาตรา 1650
หนี้อันเกิดจากค่าใช้จ่ายในการจัดการทำศพผู้ตายนั้น
จำต้องชดใช้จากสินทรัพย์แห่งกองมรดก
เนื่องด้วยเป็นการดำเนินการตามสมควรแก่ฐานะในสมาคมของผู้ตายตาม ป.พ.พ. มาตรา 1650
ส่วนเงินฌาปนกิจศพของผู้ตายที่โจทก์ได้รับจากกองทุนหมู่บ้านนั้น
ถือเป็นเงินจัดการทำศพผู้ตาย
แม้จะเป็นเงินที่ได้มาตามสิทธิภายหลังที่ผู้ตายถึงแก่ความตายแล้ว
หาใช่ทรัพย์สินที่ผู้ตายมีอยู่ในขณะที่ถึงแก่ความตายไม่เป็นสินทรัพย์แห่งกองมรดกก็ตาม
แต่เมื่อพิจารณาระเบียบประกอบรายการโอนเงินที่ระบุว่าเป็นเงินฌาปนกิจศพ
สงเคราะห์บ้าง สงเคราะห์ศพบ้าง ส่งเงินศพบ้าง แสดงว่าหมู่บ้านต่าง ๆ
มีเจตนามอบเงินดังกล่าวเป็นเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือจัดการงานศพสมาชิกตามประเพณีเพื่อลดภาระหนี้สินค่าใช้จ่ายจัดการศพอันเป็นการสงเคราะห์ศพ
จึงต้องนำเงินดังกล่าวไปหักกับค่าใช้จ่ายที่โจทก์ได้จ่ายไปในการจัดการศพผู้ตายก่อนตามเจตนาที่กองทุนหมู่บ้านมอบให้
หากมีค่าใช้จ่ายเหลือเท่าใดจึงเป็นหนี้กองมรดก
