ฎีกาที่ 4770/2567 เงินฝากธนาคารหายจากการถูกปลอมใบถอนเงิน ใครคือผู้เสียหายในคดีลักทรัพย์

 


ฎีกาศึกษา: เงินฝากธนาคารหายจากการถูกปลอมใบถอนเงิน ใครคือผู้เสียหายในคดีลักทรัพย์?

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4770/2567

ประเด็นข้อกฎหมาย: เจ้าของบัญชีเงินฝาก (โจทก์) ถือเป็น "ผู้เสียหาย" ในความผิดฐานลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) หรือไม่? และมีอำนาจฟ้องจำเลยในฐานความผิดนี้เพื่อเรียกเงินคืนหรือไม่?

 

ข้อเท็จจริง: โจทก์นำเงินฝากเข้าบัญชีธนาคาร ท. ต่อมาจำเลยได้ทำการปลอมใบถอนเงินและนำไปยื่นถอนเงินออกจากบัญชีของโจทก์ โดยธนาคารผู้รับฝากได้เบิกถอนเงินจำนวน 51,833,234.67 บาท ให้แก่จำเลยไป โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานปลอมเอกสาร ใช้เอกสารปลอม และลักทรัพย์ พร้อมเรียกเงินคืน

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4770/2567 วินิจฉัยวางบรรทัดฐานว่า:

1.        กรรมสิทธิ์ในเงินฝากเป็นของธนาคาร: เงินที่โจทก์นำมาฝากเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ท. ของโจทก์อยู่ในความครอบครองของธนาคารตกเป็นกรรมสิทธิ์ของธนาคาร ท. ซึ่งธนาคารผู้รับฝากย่อมมีสิทธิในการบริหารจัดการเงินฝากจำนวนดังกล่าว ธนาคารผู้รับฝากคงมีหน้าที่เพียงต้องคืนเงินฝากตามจำนวนที่โจทก์ซึ่งเป็นลูกค้านำเข้าฝากไว้เท่านั้น ธนาคารผู้รับฝากไม่จำต้องคืนเงินเป็นจำนวนอันเดียวกับที่โจทก์ฝากไว้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 672

2.        ผู้เสียหายในความผิดฐานลักทรัพย์คือ ธนาคาร: การที่จำเลยปลอมใบถอนเงิน แล้วนำไปถอนเงินออกจากบัญชีของโจทก์ที่ธนาคารผู้รับฝากและธนาคารผู้รับฝากได้เบิกถอนเงินให้จำเลยไป เงินจำนวนดังกล่าวที่จำเลยรับไปจึงเป็นเงินของธนาคาร ท. ผู้รับฝาก มิใช่เงินของโจทก์ ธนาคาร ท. ผู้รับฝากจึงเป็นผู้เสียหายโดยตรง

3.        อำนาจฟ้อง: ธนาคาร ท. ผู้รับฝากจึงเป็นผู้เสียหายโดยตรง โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่แท้จริงในความผิดฐานลักทรัพย์ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องในความผิดฐานลักทรัพย์และขอให้จำเลยคืนเงินตามฟ้อง

 

สรุป: เมื่อนำเงินไปฝากธนาคาร กรรมสิทธิ์ในเงินจะตกเป็นของธนาคารทันที หากมีคนร้ายมาปลอมลายมือชื่อหรือเอกสารเพื่อถอนเงินออกไป เงินที่คนร้ายได้ไปถือเป็นเงินของธนาคาร ไม่ใช่เงินของเจ้าของบัญชี ดังนั้น ในความผิดฐาน "ลักทรัพย์" ธนาคารจึงเป็นผู้เสียหายโดยตรงแต่เพียงผู้เดียว เจ้าของบัญชีไม่มีอำนาจฟ้องคนร้ายในข้อหาลักทรัพย์และไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้คนร้ายคืนเงิน(แต่เจ้าของบัญชียังคงเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม และมีสิทธิเรียกร้องทางแพ่งจากธนาคารผู้รับฝากให้คืนเงินตามสัญญาฝากทรัพย์ได้)

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4770/2567

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. มาตรา 672 ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4)

เงินที่โจทก์นำมาฝากเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ท. ของโจทก์อยู่ในความครอบครองของธนาคารตกเป็นกรรมสิทธิ์ของธนาคาร ท. ซึ่งธนาคารผู้รับฝากย่อมมีสิทธิในการบริหารจัดการเงินฝากจำนวนดังกล่าว ธนาคารผู้รับฝากคงมีหน้าที่เพียงต้องคืนเงินฝากตามจำนวนที่โจทก์ซึ่งเป็นลูกค้านำเข้าฝากไว้เท่านั้น ธนาคารผู้รับฝากไม่จำต้องคืนเงินเป็นจำนวนอันเดียวกับที่โจทก์ฝากไว้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 672 การที่จำเลยปลอมใบถอนเงิน แล้วนำไปถอนเงินออกจากบัญชีของโจทก์ที่ธนาคารผู้รับฝากและธนาคารผู้รับฝากได้เบิกถอนเงินจำนวน 51,833,234.67 บาท ให้จำเลยไป เงินจำนวนดังกล่าวที่จำเลยรับไปจึงเป็นเงินของธนาคาร ท. ผู้รับฝาก มิใช่เงินของโจทก์ ธนาคาร ท. ผู้รับฝากจึงเป็นผู้เสียหายโดยตรง โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่แท้จริงในความผิดฐานลักทรัพย์ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องในความผิดฐานลักทรัพย์และขอให้จำเลยคืนเงินตามฟ้อง

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า