ประเด็นข้อกฎหมาย:
1. การข่มขู่:
การที่เจ้าหนี้ขู่ทายาทลูกหนี้ว่าหากไม่เซ็นรับสภาพหนี้จะแจ้งตำรวจจับ
ถือเป็นการข่มขู่ที่ทำให้นิติกรรมเป็นโมฆียะหรือไม่?
2. อายุความมรดก:
การทำหนังสือรับสภาพหนี้โดยทายาท มีผลต่ออายุความ 1 ปี ของคดีมรดกอย่างไร?
3. สิทธิยึดหน่วง:
เจ้าหนี้มีสิทธิยึดโฉนดที่ดินไว้จนกว่าจะได้รับชำระหนี้หรือไม่
หากระบุไว้ในหนังสือรับสภาพหนี้?
คำพิพากษาศาลฎีกาที่
4557/2566
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง:
ป.พ.พ. มาตรา 165 วรรคหนึ่ง, มาตรา 166, มาตรา 193/14
(1), มาตรา 193/15, มาตรา 193/30, มาตรา 653 วรรคหนึ่ง, มาตรา 1754
วรรคสาม
โจทก์ฟ้องโดยไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือมาแสดง
แต่โจทก์มีหนังสือรับสภาพหนี้มีใจความว่า ผู้ตายเป็นหนี้โจทก์
โดยนำโฉนดที่ดินมาให้ยึดถือไว้เป็นประกัน
และจำเลยในฐานะทายาทของผู้ตายรับจะชดใช้เงินแก่โจทก์
กับมีลายมือชื่อของจำเลยในสัญญา และโจทก์มี ส. บุตรของโจทก์และในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์และเป็นพยานลงชื่อในหนังสือรับสภาพหนี้มาเบิกความยืนยันว่า
ผู้ตายซึ่งเป็นบิดาของจำเลยกู้ยืมเงินโจทก์จริงและมารดาพยานซึ่งเป็นพี่ของผู้ตายต้องการช่วยน้อง
จึงให้นำโฉนดที่ดินมาวางเป็นประกัน มีการทำสัญญากู้ยืมเงินกันไว้ ต่อมาเมื่อจำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้
โจทก์ได้คืนสัญญากู้ยืมเงินให้จำเลย โจทก์และ ส. เป็นญาติของจำเลย เชื่อว่า ส. เบิกความไปตามความจริงที่ได้รู้เห็นมา
อันเป็นการนำสืบถึงความเป็นมาของมูลหนี้เดิมและหลักทรัพย์ที่นำมาเป็นประกันประกอบกับโจทก์มีโฉนดที่ดินของผู้ตายอยู่ในครอบครอง
จึงฟังได้ว่าผู้ตายกู้ยืมเงินโจทก์โดยมีการทำสัญญากู้ยืมเงินกันไว้จริง
และมีการคืนให้จำเลยเมื่อมีการทำหนังสือรับสภาพหนี้
การที่
ง. โทรศัพท์แจ้งให้จำเลยทราบว่าผู้ตายเป็นหนี้โจทก์ให้จำเลยไปลงชื่อรับชำระหนี้
มิฉะนั้นจะเอาตำรวจมาจับและต้องติดคุก แสดงว่า ง.
ได้แจ้งข้อเท็จจริงในหนังสือให้จำเลยทราบแล้วก่อนที่จะมีการทำหนังสือดังกล่าวขึ้น
ส่วนถ้อยคำที่ว่า "ให้จำเลยไปลงชื่อรับชำระหนี้มิเช่นนั้นจะเอาตำรวจมาจับจะต้องติดคุก"
นั้น จากพฤติการณ์ที่ผู้ตายเสียชีวิตและยังไม่มีผู้ใดชำระหนี้ การที่ ง.
พูดขู่จำเลยดังกล่าว
และจำเลยยอมลงลายมือชื่อในหนังสือรับสภาพหนี้ยอมรับผิดจะใช้เงินที่กู้คืนแก่โจทก์
เป็นกรณีที่ ง. ทำไปโดยเชื่อว่าตนมีสิทธิทำได้ตามกฎหมาย
ถือได้ว่าเป็นการใช้สิทธิตามปกตินิยม
หาใช่เป็นการหลอกลวงข่มขู่อันจะทำให้นิติกรรมเป็นโมฆียะไม่
หนังสือรับสภาพหนี้จึงมีผลใช้บังคับได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 165
วรรคหนึ่ง และมาตรา 166
ผู้ตายถึงแก่ความตายเมื่อวันที่
23
ธันวาคม 2556 จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้วันที่
1 พฤษภาคม 2557 เมื่อการทำหนังสือรับสภาพหนี้ของจำเลยต่อโจทก์ชอบด้วยกฎหมาย
ย่อมทำให้อายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 วรรคสาม
สะดุดหยุดลงตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/14 (1) โจทก์ไม่ต้องห้ามฟ้องเมื่อพ้นกำหนด
1 ปี นับแต่รู้ถึงความตายของเจ้ามรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754
วรรคสาม และต้องเริ่มต้นนับอายุความใหม่ตามอายุความแห่งมูลหนี้เดิม
นับแต่เหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงนั้นสิ้นสุดลง
เมื่อกฎหมายไม่ได้กำหนดอายุความของการกู้ยืมเงินไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุความ 10
ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 ส่วนหนังสือรับสภาพหนี้ไม่มีอายุความในตัวเองเพียงแต่มีผลทำให้อายุความในมูลหนี้เดิมสะดุดหยุดลง
โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ได้ภายในกำหนด 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/15 และมาตรา 193/30 โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2563 ภายในกำหนด 10 ปี ดังกล่าว
ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ
การทำหนังสือรับสภาพหนี้ของจำเลยมีข้อตกลงระบุให้โจทก์มีสิทธิยึดโฉนดที่ดินไว้เป็นประกันอันเป็นข้อตกลงที่คู่สัญญาสมัครใจทำต่อกัน
ซึ่งไม่ขัดต่อกฎหมายหรือความสงบเรียบร้อยของประชาชน
โจทก์จึงมีสิทธิยึดโฉนดที่ดินอันเป็นทรัพย์ที่นำมาประกันไว้จนกว่าจำเลยจะชำระหนี้ตามสัญญา
จำเลยไม่มีสิทธิขอโฉนดที่ดินคืนจนกว่าจะชำระหนี้ให้แก่โจทก์ครบถ้วนและไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากโจทก์
ถาม-ตอบ
ตามคำพิพากษาศาลฎีกา
คำถาม:
เจ้าหนี้คืนสัญญากู้ฉบับจริงให้ลูกหนี้ไปแล้ว
จะยังฟ้องบังคับคดีได้หรือไม่?
คำตอบ:
ได้ หากมีหลักฐานอื่นมาประกอบ เช่น
"หนังสือรับสภาพหนี้" ที่ลูกหนี้ (หรือทายาท) ลงลายมือชื่อรับผิด
หรือพยานบุคคลที่ยืนยันที่มาแห่งหนี้ และพฤติการณ์แวดล้อม เช่น
การที่เจ้าหนี้ยังถือครองโฉนดที่ดินประกันหนี้อยู่
คำถาม:
การที่เจ้าหนี้ขู่ลูกหนี้ว่า "ถ้าไม่เซ็นรับสภาพหนี้
จะเอาตำรวจมาจับติดคุก" ทำให้นิติกรรมตกเป็นโมฆียะเพราะการข่มขู่หรือไม่?
คำตอบ:
ไม่เป็นโมฆียะ หากเป็นการกระทำที่เจ้าหนี้
"เชื่อโดยสุจริต" ว่าตนมีสิทธิตามกฎหมายที่จะดำเนินคดีได้
ถือเป็นการใช้สิทธิตามปกตินิยมตาม ป.พ.พ. มาตรา 165 วรรคหนึ่ง
ไม่ใช่การข่มขู่ที่ทำให้นิติกรรมเสียไป
คำถาม:
ทายาททำหนังสือรับสภาพหนี้ต่อเจ้าหนี้ มีผลต่ออายุความมรดก 1
ปี อย่างไร?
คำตอบ:
ทำให้อายุความมรดก 1 ปี (ป.พ.พ. มาตรา 1754)
สะดุดหยุดลง และต้องเริ่มนับอายุความใหม่ตามมูลหนี้เดิม
กรณีนี้คือหนี้กู้ยืมทั่วไป ซึ่งมีอายุความ 10 ปี
(ป.พ.พ. มาตรา 193/30) นับแต่วันที่ทำหนังสือรับสภาพหนี้
ไม่ใช่นับแต่วันตายของเจ้ามรดกอีกต่อไป
