ฎีกาที่ 3943/2561สินส่วนตัว สินสมรส ร้องขอให้ปล่อยทรัพย์



เรื่อง: ที่ดินซื้อก่อนแต่ง แต่บ้านสร้างหลังแต่ง: ใครเป็นเจ้าของ?

ประเด็นข้อกฎหมาย:

1.     ที่ดินที่ซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ก่อนสมรส แต่ผ่อนชำระหนี้จำนองร่วมกันระหว่างสมรส ถือเป็นสินส่วนตัวหรือสินสมรส

2.     บ้านที่ปลูกสร้างขึ้นใหม่บนที่ดินที่เป็นสินส่วนตัว โดยใช้เงินระหว่างสมรสและสามีภริยาอยู่อาศัยร่วมกัน ถือเป็นส่วนควบของที่ดิน (เป็นสินส่วนตัวตามที่ดิน) หรือเป็นสินสมรส

ข้อเท็จจริง: ผู้ร้อง (สามี) ซื้อที่ดินพิพาทและจดทะเบียนรับโอนกรรมสิทธิ์เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2518 ก่อนที่จะจดทะเบียนสมรสกับจำเลยที่ 1 (ภริยา) ในวันที่ 25 ตุลาคม 2519 ต่อมาผู้ร้องนำที่ดินไปจำนอง โดยมีการผ่อนชำระหนี้และไถ่ถอนจำนองในช่วงเวลาที่สมรสกันแล้ว สำหรับบ้านพิพาท เป็นบ้านตึกสองชั้นที่ปลูกสร้างขึ้นใหม่ในปี 2536 (ระหว่างสมรส) ทดแทนบ้านหลังเดิม โดยใช้เงินที่ทำมาหาได้ร่วมกันระหว่างสมรส และทั้งสองฝ่ายใช้อยู่อาศัยร่วมกัน โจทก์ (เจ้าหนี้ของภริยา) ได้ยึดที่ดินและบ้านดังกล่าว ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด (ร้องขัดทรัพย์) โดยอ้างว่าเป็นสินส่วนตัว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3943/2561 วินิจฉัยวางบรรทัดฐานว่า:

1. สถานะของ "ที่ดิน" (เป็นสินส่วนตัว) ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ผู้ร้องซื้อและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทก่อนจดทะเบียนสมรส ย่อมถือว่าที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์สินที่ผู้ร้องมีอยู่ก่อนสมรส จึงเป็น "สินส่วนตัว" ของผู้ร้อง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1471 (1) แม้ต่อมาจะมีการนำที่ดินไปจำนองและภริยาช่วยผ่อนชำระหนี้ด้วย ก็ถือเป็นเพียงการช่วยชำระหนี้เงินกู้เท่านั้น ไม่ทำให้ภริยากลายเป็นเจ้าของร่วมในที่ดินพิพาท ผล: ผู้ร้องมีสิทธิร้องขอให้ปล่อยที่ดินที่ยึดไว้ได้

2. สถานะของ "บ้าน" (ไม่เป็นส่วนควบ แต่เป็นสินสมรส) สำหรับบ้านตึกสองชั้นที่ปลูกสร้างขึ้นใหม่ระหว่างสมรสโดยใช้เงินที่ได้มาระหว่างสมรส และใช้เป็นที่อยู่อาศัยร่วมกัน พฤติการณ์แสดงว่าบ้านก่อสร้างขึ้นโดยได้รับความยินยอมและอยู่ในความรู้เห็นของผู้ร้อง (เจ้าของที่ดิน) กรณีนี้เข้าข้อยกเว้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 146 (ผู้มีสิทธิในที่ดินของผู้อื่นใช้สิทธิปลูกสร้างฯ) จึงไม่ถือว่าบ้านพิพาทเป็น "ส่วนควบ" ของที่ดิน ที่จะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องแต่ผู้เดียวตาม ป.พ.พ. มาตรา 144 บ้านพิพาทจึงเป็น "สินสมรส" เป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกันของจำเลยที่ 1 (ภริยา) กับผู้ร้อง ผล: เมื่อภริยาเป็นเจ้าของร่วมในบ้าน ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดในส่วนของบ้านพิพาทได้ (เจ้าหนี้สามารถยึดขายทอดตลาดเฉพาะส่วนของลูกหนี้ได้)

สรุป:

  • ที่ดิน: ซื้อและโอนก่อนสมรส = สินส่วนตัว (แม้ผ่อนชำระต่อระหว่างสมรส ก็ยังเป็นสินส่วนตัว)
  • บ้าน: สร้างใหม่ระหว่างสมรสบนที่ดินสินส่วนตัว โดยใช้เงินครอบครัวและเจ้าของที่ดินยินยอม = ไม่เป็นส่วนควบ แต่เป็น สินสมรส (กรรมสิทธิ์ร่วม)

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3943/2561

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. มาตรา 144, 146, 1471 (1) ป.วิ.พ. มาตรา 288 (เดิม) พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31

การที่ผู้ร้องซื้อที่ดินพิพาทแล้วจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของ ที่ดินพิพาทก่อนที่ผู้ร้องกับจำเลยจะจดทะเบียนสมรสกัน ย่อมถือได้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์สินที่ผู้ร้องมีอยู่ก่อนสมรสและเป็นสินส่วนตัวของผู้ร้อง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1471 (1) ส่วนการที่ต่อมาผู้ร้องนำที่ดินพิพาท ที่ซื้อได้กรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของไปจดทะเบียนจำนองประกันหนี้เงินกู้ก็เป็น สิทธิที่ผู้ร้องสามารถทำได้ และการที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นภริยาจะร่วมผ่อนชำระด้วย ก็เป็นเพียงการช่วยชำระหนี้เงินกู้ให้แก่ผู้ร้องเท่านั้น กรณียังถือไม่ได้ว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของร่วมกับผู้ร้องในที่ดินพิพาทเมื่อผู้ร้องเป็นเจ้าของ ที่ดินพิพาทอันเป็นสินส่วนตัว ผู้ร้องจึงมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ ที่ยึดไว้คือที่ดินพิพาทได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 288 (เดิม) ประกอบ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 บ้านพิพาทบนที่ดินพิพาทเป็นบ้านตึกสองชั้นที่ก่อสร้างขึ้นใหม่ แทนบ้านหลังเดิมที่เป็นบ้านตึกชั้นเดียว แต่ยังคงใช้เลขที่บ้านตามเดิม และ ด้วยเงินที่ได้มาระหว่างสมรสของผู้ร้องกับจำเลยที่ 1 และผู้ร้องกับจำเลยที่ 1 ใช้บ้านหลังดังกล่าวเป็นที่อยู่อาศัยร่วมกัน พฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าบ้านพิพาท ก่อสร้างขึ้นโดยได้รับความยินยอมและอยู่ในความรู้เห็นของผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินพิพาท อันถือได้ว่าเข้าข้อยกเว้นในกรณีที่ผู้มีสิทธิในที่ดิน ของผู้อื่นใช้สิทธิปลูกสร้างไว้ในที่ดินนั้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 146 และ ไม่ถือว่าบ้านพิพาทเป็นทรัพย์ส่วนควบของที่ดินอันตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง แต่ผู้เดียวตาม ป.พ.พ. มาตรา 144 หากแต่บ้านพิพาทเป็นสินสมรส ไม่ใช่สินส่วนตัว จึงยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกันของจำเลยที่ 1 กับผู้ร้อง เมื่อจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของร่วมในบ้านพิพาทด้วย ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอ ให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดไว้ในส่วนบ้านพิพาทได้

 

 

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า