ฎีกาที่ 3881/2568 บังคับจำนอง ผู้จำนองมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับจำนองดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองตาม ป.พ.พ. มาตรา 729/1

#ฎีกาศึกษา #ทนายความ

⚖️📘 สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3881/2568

📌 เรื่อง

ผู้จำนองขอให้ขายทอดตลาดทรัพย์จำนองโดยไม่ต้องฟ้องศาล
ผู้รับจำนองยังฟ้องบังคับจำนองได้หรือไม่
และหากไม่ขายทอดตลาดภายใน 1 ปี จะมีผลต่อดอกเบี้ยอย่างไร


⚖️ ประเด็นข้อกฎหมาย

การที่ผู้จำนองมีหนังสือบอกกล่าวให้ผู้รับจำนองดำเนินการให้มีการขายทอดตลาดทรัพย์จำนอง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 729/1

มีประเด็นสำคัญว่า

1. เป็นบทบังคับให้ผู้รับจำนองต้องดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองเพียงวิธีเดียวหรือไม่

2. ผู้รับจำนองยังมีสิทธิฟ้องคดีให้ชำระหนี้และฟ้องบังคับจำนองตามมาตรา 728 ได้หรือไม่

3. การฟ้องคดีถือเป็นการดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองตามมาตรา 729/1 หรือไม่

4. หากผู้รับจำนองไม่ดำเนินการขายทอดตลาดภายใน 1 ปี ผู้จำนองจะหลุดพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ยเพียงใด


🧾 ข้อเท็จจริง

จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินกับโจทก์รวม 3 ประเภท คือ
สินเชื่อบ้าน สินเชื่ออุปโภคบริโภค และสินเชื่อเพื่อประกันชีวิตพิทักษ์ทรัพย์สิน

จำเลยได้จดทะเบียนจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เพื่อเป็นประกันหนี้เงินกู้แก่โจทก์

ต่อมาจำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้

หลังจากหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว วันที่ 22 สิงหาคม 2562 จำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองโดยไม่ต้องฟ้องคดีต่อศาล ตามมาตรา 729/1

โจทก์ได้รับหนังสือเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562

แต่โจทก์ไม่ได้ดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองภายในกำหนด 1 ปี
โดยโจทก์เลือกฟ้องคดีขอให้จำเลยชำระหนี้ และให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้


👨‍⚖️ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3881/2568 วินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ วินิจฉัยว่า

“หนี้ที่ถึงกำหนดชำระตามมาตรา 729/1 วรรคหนึ่ง หมายถึง หนี้ที่คู่สัญญาตกลงกำหนดเวลาที่ลูกหนี้ต้องชำระตามข้อตกลงในสัญญากู้ยืมเงิน และถึงกำหนดเวลาชำระแล้ว โดยมิต้องคำนึงว่าเจ้าหนี้จะสามารถใช้สิทธิเรียกร้องทั้งหมดได้หรือไม่”

สัญญากู้ยืมเงินข้อ 4.1.2 เป็นเพียงข้อตกลงกำหนดระยะเวลาที่โจทก์สามารถใช้สิทธิเรียกร้องได้
หาได้เปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาชำระหนี้ไม่

ดังนั้น เมื่อหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินถึงกำหนดชำระแล้ว
จำเลยจึงมีสิทธิแจ้งให้โจทก์ดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองตามมาตรา 729/1 ได้


ศาลฎีกาวินิจฉัยต่อไปว่า
มาตรา 729/1 วรรคหนึ่ง เป็นบทบัญญัติที่ให้สิทธิแก่ผู้จำนอง
ให้แจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้รับจำนอง เพื่อให้ผู้รับจำนองดำเนินการให้มีการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองได้โดยไม่ต้องฟ้องเป็นคดีต่อศาล

แต่บทบัญญัติดังกล่าว

“ไม่มีผลลบล้างหรือจำกัดสิทธิของเจ้าหนี้ในการใช้สิทธิเรียกร้องทั้งในฐานะเจ้าหนี้สามัญและเจ้าหนี้ผู้รับจำนอง”

ดังนั้น มาตรา 729/1 วรรคหนึ่ง
จึงมิใช่บทบังคับให้โจทก์ต้องดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองตามมาตรานี้ได้เพียงวิธีเดียว

โจทก์ยังคงมีสิทธิฟ้องให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้และดอกเบี้ยตามสัญญากู้ยืมเงิน
ในฐานะเจ้าหนี้สามัญ

และในขณะเดียวกัน
โจทก์ยังเป็นเจ้าหนี้ผู้รับจำนอง
จึงมีสิทธิฟ้องบังคับจำนองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 728 ได้ด้วย


แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า
แม้โจทก์ฟ้องคดีภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง
การฟ้องคดีนั้นไม่ถือเป็นการขายทอดตลาด

ศาลฎีกาวินิจฉัยชัดเจนว่า

“การฟ้องคดีมิใช่เป็นขั้นตอนของการขายทอดตลาด จึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นการดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนอง ตามมาตรา 729/1 วรรคหนึ่ง”

เมื่อโจทก์ในฐานะผู้รับจำนอง
ไม่ได้ดำเนินการให้มีการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองภายในกำหนด 1 ปี
นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง

การบังคับต่อทรัพย์สินที่จำนองเพื่อชำระหนี้
ในส่วนของดอกเบี้ยจึงต้องเป็นไปตามมาตรา 729/1 วรรคสอง

คือ ผู้จำนองย่อมพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน และค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้น
บรรดาที่เกิดขึ้นภายหลังวันที่พ้นกำหนดเวลาดังกล่าว

ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่า

“จำเลยในฐานะผู้จำนองย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ยที่ค้างชำระเกินหนึ่งปีนับแต่วันที่โจทก์ได้รับหนังสือแจ้ง”

แต่จำเลยในฐานะลูกหนี้ชั้นต้นที่เป็นหนี้สามัญ
ยังคงต้องรับผิดชำระหนี้แก่โจทก์ตามข้อตกลงในสัญญากู้ยืมเงิน

ผลคือ
คดีในส่วนของการบังคับจำนองต้องแยกความรับผิดจากหนี้สามัญ

โจทก์ในฐานะผู้รับจำนอง
มีสิทธิได้รับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองก่อนเจ้าหนี้สามัญอื่น
เพื่อชำระหนี้ตามสัญญาจำนองและดอกเบี้ย
ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่โจทก์ได้รับหนังสือแจ้งเท่านั้น


✅ สรุป

คดีนี้ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ วางหลักว่า

การที่ผู้จำนองมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับจำนองขายทอดตลาดทรัพย์จำนองตามมาตรา 729/1
ไม่ได้ตัดสิทธิผู้รับจำนองที่จะฟ้องคดีให้ชำระหนี้และฟ้องบังคับจำนองตามมาตรา 728

ผู้รับจำนองยังมีสิทธิฟ้องคดีได้
ทั้งในฐานะเจ้าหนี้สามัญ
และในฐานะเจ้าหนี้ผู้รับจำนอง

แต่การฟ้องคดี
ไม่ถือว่าเป็นการดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองตามมาตรา 729/1

ดังนั้น หากผู้รับจำนองได้รับหนังสือแจ้งจากผู้จำนองแล้ว
แต่ไม่ดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองภายใน 1 ปี

ในส่วนของการบังคับจำนอง
ผู้รับจำนองมีสิทธิได้รับชำระดอกเบี้ยจากทรัพย์จำนองได้เพียง
ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง

แต่ในส่วนหนี้สามัญ
ลูกหนี้ยังคงต้องรับผิดตามสัญญากู้ยืมเงิน


📌 ผลคำพิพากษา

ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า

ในกรณีบุริมสิทธิจำนอง
ให้โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยได้ไม่เกินหนึ่งปี
นับแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2562

นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2


📚 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 728
มาตรา 729/1 วรรคหนึ่ง
มาตรา 729/1 วรรคสอง

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า