ประเด็นข้อกฎหมาย:
คำแถลงของผู้เสียหายที่ว่า
"สำหรับคดีส่วนอาญาขอให้อยู่ในดุลพินิจของศาล"
ถือเป็นการยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย
อันเป็นผลให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา
39
(2) หรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่
3681/2568
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง:
ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2)
การยอมความกันตาม
ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) หมายถึง
การยอมความในทางอาญาเท่านั้น มิได้หมายความว่า
เมื่อมีการยอมความกันไม่ว่าจะในเรื่องใดแล้ว จะทำให้คดีอาญาต้องระงับไปด้วย
เมื่อผู้เสียหายแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า "ไม่ติดใจดำเนินคดีส่วนแพ่งกับจำเลย
สำหรับคดีส่วนอาญาขอให้อยู่ในดุลพินิจของศาล" คำแถลงของผู้เสียหายดังกล่าวเป็นเพียงข้อตกลงไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลยในทางแพ่งเท่านั้น
ส่วนที่ผู้เสียหายแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า
"สำหรับคดีส่วนอาญาขอให้อยู่ในดุลพินิจของศาล" นั้น
เป็นการแถลงขอให้ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจกำหนดโทษจำเลยตามที่เห็นสมควรเท่านั้น
มิใช่เป็นการยอมความกัน เมื่อไม่มีข้อตกลงโดยชัดแจ้งว่าผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลยในทางอาญา
สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมไม่ระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) อย่างไรก็ตาม คดีนี้
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับผู้เสียหาย
และขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 336 ทวิ
ความผิดดังกล่าวจึงเป็นการกระทำที่พี่หรือน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกระทำต่อกันตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 71 วรรคสอง
ศาลฎีกาเห็นควรลงโทษจำเลยน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้
ถาม-ตอบ
ตามคำพิพากษาศาลฎีกา
คำถาม:
การแถลงว่า "ขอให้อยู่ในดุลพินิจของศาล"
มีผลทางกฎหมายเท่ากับการ "ถอนคำร้องทุกข์" หรือ "ยอมความ"
หรือไม่?
คำตอบ:
ไม่เท่ากัน การถอนคำร้องทุกข์หรือยอมความต้องมีเจตนาแสดงออกโดยชัดแจ้งว่า
"ไม่ติดใจดำเนินคดีอาญา" ต่อไป แต่การบอกว่าให้อยู่ในดุลพินิจของศาล
เป็นเพียงการฝากให้ศาลใช้ดุลพินิจในการลงโทษเท่านั้น
สิทธินำคดีอาญามาฟ้องจึงไม่ระงับตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39(2)
คำถาม:
หากผู้เสียหายแถลงสละสิทธิทางแพ่ง (ไม่ติดใจค่าเสียหาย)
จะมีผลให้คดีอาญาระงับไปด้วยหรือไม่?
คำตอบ:
ไม่ระงับ การยอมความทางแพ่งแยกต่างหากจากทางอาญา
แม้จะไม่ติดใจทางแพ่ง แต่หากไม่ได้ระบุชัดเจนว่าไม่ติดใจทางอาญา
คดีอาญาก็ยังดำเนินต่อไปได้
คำถาม:
การลักทรัพย์ระหว่างพี่น้องร่วมบิดามารดา มีผลต่อการลงโทษอย่างไร?
คำตอบ:
เป็นเหตุให้ศาลสามารถใช้ดุลพินิจ "ลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เพียงใดก็ได้" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 71 วรรคสอง
(แต่ไม่ได้ทำให้ความผิดนั้นไม่ต้องรับโทษเหมือนกรณีสามีภริยา ตาม ม.71 วรรคแรก)
