ประเด็นข้อกฎหมาย:
1. การเปิดรับ
"พรีออเดอร์" (Pre-order) โดยที่ยังไม่มีสินค้าในครอบครอง
ถือเป็นความผิดฐานฉ้อโกงและพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือไม่?
2. หากศาลพิพากษายกฟ้องในคดีส่วนอาญา
ศาลมีอำนาจสั่งให้คืนเงินแก่ผู้เสียหายในคดีส่วนแพ่งหรือไม่?
คำพิพากษาศาลฎีกาที่
3664/2568
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง:
ป.อ. มาตรา 341, มาตรา 343 ป.วิ.อ. มาตรา 46, มาตรา 47 วรรคหนึ่ง
7พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550
มาตรา 14 (1) 8
จากข้อความที่โจทก์ร่วมสนทนากับจำเลย
จำเลยมิได้ยืนยันข้อเท็จจริงต่อโจทก์ร่วมว่าในขณะที่โจทก์ร่วมสั่งซื้อสินค้าชุดนอน
5,000
ชุด นั้น จำเลยมีสินค้าอยู่ในครอบครองแล้ว
โจทก์ร่วมก็ทราบว่าจำเลยยังไม่มีสินค้าในครอบครองพร้อมจะส่งมอบให้แก่โจทก์ร่วม
ประกอบกับในเฟซบุ๊กของจำเลยมีข้อความเป็นตัวอักษรขนาดใหญ่ว่า
"เปิดพรีออเดอร์ล๊อตใหม่" ซึ่งหมายถึงเปิดให้สั่งจองหรือสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า
แม้จะมีภาพถ่ายใบหน้าจำเลยอยู่ด้านหน้ากองสินค้าก็ตาม
แต่ก็ไม่มีข้อความใดยืนยันว่าจำเลยมีสินค้าอยู่ในครอบครองพร้อมส่งมอบดังที่โจทก์กล่าวอ้างในฟ้อง
อีกทั้งข้อความที่โจทก์ร่วมและจำเลยสนทนากัน
เป็นที่ประจักษ์ชัดแก่โจทก์ร่วมในขณะนั้นแล้วว่าจำเลยยังไม่มีสินค้าชุดนอนจำนวน 5,000
ชุด อยู่ในครอบครอง
จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยหลอกลวงโจทก์ร่วมด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงว่าจำเลยมีสินค้าอยู่ในครอบครองแล้ว
การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง
และไม่เป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยและมีคำขอให้จำเลยคืนเงิน
135,000
บาท แก่โจทก์ร่วม แม้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ซึ่ง
ป.วิ.อ. มาตรา 46 บัญญัติว่าการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง
ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาก็ตาม
แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ร่วมสั่งซื้อชุดนอนจำนวน 5,000 ชุด และโจทก์ร่วมโอนเงิน 135,000 บาท
ให้แก่จำเลยครบถ้วนแล้ว
จำเลยไม่ส่งมอบชุดนอนจำนวนดังกล่าวให้แก่โจทก์ร่วมภายในเวลาที่ตกลงกัน
จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา
ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งจึงต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอันว่าด้วยความรับผิดของบุคคลในทางแพ่ง
โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่า จำเลยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดหรือไม่ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา
47 วรรคหนึ่ง จำเลยจึงต้องคืนเงิน 135,000 บาท ให้แก่โจทก์ร่วม
ถาม-ตอบ
ตามคำพิพากษาศาลฎีกา
คำถาม:
การโพสต์ขายของ "Pre-order" แล้วไม่ส่งของ
ทำไมถึงไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกงเสมอไป?
คำตอบ:
เพราะองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงต้องมีการ "หลอกลวง"
ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริง ในคดีนี้จำเลยระบุชัดเจนว่า
"พรีออเดอร์" และแจ้งกำหนดส่งของในอีก 19-20 วัน
ซึ่งโจทก์ร่วมทราบดีว่าจำเลย ยังไม่มีสินค้าในขณะนั้น จึงขาดเจตนาหลอกลวง
เป็นเพียงการผิดสัญญาทางแพ่งในภายหลัง
คำถาม:
หากศาลยกฟ้องในคดีอาญา
ผู้เสียหายต้องไปฟ้องคดีแพ่งใหม่เพื่อเรียกเงินคืนหรือไม่?
คำตอบ: ไม่จำเป็นเสมอไป
หากพนักงานอัยการฟ้องคดีและมีคำขอให้คืนทรัพย์สิน
หรือผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์และเรียกค่าเสียหายในคดีอาญา
(คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา) ศาลสามารถพิพากษาให้คืนเงินได้เลยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 47
วรรคหนึ่ง แม้จะยกฟ้องในส่วนอาญาก็ตาม
หากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเป็นฝ่ายผิดสัญญา
คำถาม:
ภาพถ่ายจำเลยคู่กับกองสินค้า ถือเป็นการนำเข้าข้อมูลเท็จตาม
พ.ร.บ.คอมฯ หรือไม่?
คำตอบ:
ในคดีนี้ศาลมองว่าแม้มีภาพถ่ายกับกองสินค้า
แต่ข้อความกำกับขนาดใหญ่ระบุว่า "เปิดพรีออเดอร์ล็อตใหม่"
ทำให้วิญญูชนเข้าใจได้ว่าเป็นการสั่งจอง
ไม่ใช่การยืนยันว่าสินค้าในภาพคือสินค้าที่พร้อมส่งทันที จึงไม่ถือเป็นข้อมูลเท็จ
