การบรรยายฟ้องฉ้อโกงออนไลน์
และการนับกรรม (ต่างกรรม/กรรมเดียว)
ประเด็นข้อกฎหมาย
1. การบรรยายฟ้อง
หากโจทก์ไม่บรรยายว่าโพสต์เป็น "สาธารณะ" หรือข้อมูลนั้น "น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน" ศาลจะลงโทษบทหนักฐานฉ้อโกงประชาชน (ม.343) ได้หรือไม่?
2. การนับกรรม
การหลอกลวงเสนอขายสินค้าต่างชนิดกัน 2 ครั้ง ในวันหรือเวลาต่อเนื่องกัน เป็นความผิด "กรรมเดียว" หรือ "หลายกรรม"?
ข้อเท็จจริง
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทุจริตหลอกลวงผู้เสียหายผ่านเฟซบุ๊กเพื่อเสนอขายสินค้า (โคมไฟและเตียงต่อขนตา) แต่ไม่มีเจตนาขายจริง ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้
จุดตายของคดี: โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่าหลอกลวงผู้เสียหาย แต่ "ไม่ได้บรรยาย" ว่าบัญชีเฟซบุ๊กเปิดเป็นสาธารณะ หรือการกระทำนั้นน่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน
คำพิพากษาศาลฎีกา
-
เรื่องการบรรยายฟ้อง (องค์ประกอบความผิด):
เมื่อฟ้องไม่บรรยายว่าเป็นการกระทำ "ต่อประชาชน" หรือ "สาธารณะ" ถือว่า ฟ้องไม่ครบองค์ประกอบ ฐานฉ้อโกงประชาชน (ม.343) และ พ.ร.บ.คอมฯ ม.14(1)
✅ ผล: ศาลลงโทษได้เพียงฐาน "ฉ้อโกงธรรมดา" (ม.341) และนำเข้าข้อมูลเท็จที่เสียหาย "ต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง" (พ.ร.บ.คอมฯ ม.14 วรรคสอง) -
เรื่องความผิดหลายกรรม (ป.อ. ม.91):
แม้ทำต่อเนื่องกัน แต่มีการเสนอขายสินค้า 2 ครั้ง และผู้เสียหายซื้อสินค้า ต่างชนิดกัน 2 ครั้ง ไม่ใช่การหลอกให้ซื้อรวดเดียว
✅ ผล: เป็นความผิด "2 กรรมต่างกัน" (เรียงกระทงลงโทษ) -
การรอการลงโทษ:
เนื่องจากเป็นการกระทำต่อผู้เสียหายคนเดียว ยอดเงินน้อย (1,150 บาท) และจำเลยชดใช้คืนแล้ว จึง "รอการลงโทษจำคุก" (แต่ให้ปรับ)
📌 สรุปหลักกฎหมาย
1. การร่างฟ้อง: ห้ามลืมคำว่า "ประชาชน" หรือ "สาธารณะ" ในคำฟ้องคดีฉ้อโกงออนไลน์ มิเช่นนั้นจะลงโทษบทหนักไม่ได้ (เหลือแค่ยอมความได้)
2. การนับโทษ: หลอกขายของ "แยกชิ้น แยกโอน" แม้คุยต่อเนื่องกัน ก็นับเป็น "ต่างกรรม" (โดนโทษเพิ่มตามจำนวนครั้ง)
Tags
ฎีกาปี ๒๕๖๗