ฎีกาที่ 1261/2547 ผลของการขาดนัดยื่นคำให้การต่อการยกข้อต่อสู้เรื่องอายุความ
1. ข้อเท็จจริงโดยย่อ
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้เงินตามเช็ค พร้อมดอกเบี้ย
ในศาลชั้นต้น จำเลย ขาดนัดยื่นคำให้การ มิได้ยื่นคำให้การเพื่อต่อสู้คดีภายในกำหนดเวลา
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ ต่อมา จำเลยยื่นอุทธรณ์และฎีกา โดยยกข้อต่อสู้ขึ้นภายหลังว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ 1 ปี
2. ปัญหาข้อกฎหมาย
- เมื่อจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ จะถือว่ามีประเด็นว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่
- ศาลสามารถหยิบยกเรื่องอายุความขึ้นมาเป็นเหตุยกฟ้องให้จำเลยได้หรือไม่
3. คำวินิจฉัยศาลฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลไม่อาจหยิบยกเรื่องอายุความขึ้นมาเป็นเหตุยกฟ้องได้
“คดีนี้จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ จึงไม่มีประเด็นว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ และในเรื่องอายุความ เมื่อไม่ได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ ศาลจะอ้างเอาอายุความเป็นมูลยกฟ้องไม่ได้”
ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ในประเด็นอายุความจึงเป็นการชอบแล้ว ศาลฎีกาพิพากษายืน
4. หลักกฎหมายที่ได้จากคำพิพากษา
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/29 ศาลไม่มีอำนาจหยิบยกเรื่องอายุความขึ้นวินิจฉัยเอง หากคู่ความไม่ได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้
การขาดนัดยื่นคำให้การ ถือเป็นการสละสิทธิในการยกข้อต่อสู้เรื่องอายุความ แม้จะนำไปยกในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกา ศาลก็ไม่รับวินิจฉัย
5. การร่างคำให้การ (ข้อต่อสู้เรื่องอายุความ)
- เป็นอายุความเรื่องใด เช่น หนี้ตามเช็ค เงินกู้ หรือคดีละเมิด
- อายุความกี่ปี ตามบทกฎหมายที่ใช้บังคับ
- อายุความเริ่มนับเมื่อใด เช่น วันถึงกำหนดชำระหนี้ หรือวันที่มีสิทธิฟ้อง
- ขาดอายุความเมื่อใด และโจทก์ฟ้องหลังวันดังกล่าว
⚠️ หากไม่ยกเรื่องอายุความไว้ในคำให้การ หรือยกไว้ไม่ชัดเจน ถือว่าสละสิทธิยกอายุความ
6. ข้อสังเกตในการทำคดี
สำหรับทนายจำเลย: การยื่นคำให้การเป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ หากขาดนัดยื่นคำให้การ จะเสียสิทธิยกอายุความทันที
สำหรับทนายโจทก์: หากจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ แม้คดีจะขาดอายุความ โจทก์ยังมีโอกาสชนะคดี