ฎีกาที่ 6323/2547

บุคคลล้มละลายร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก และสิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6323/2547

แก่นของคดี: คนล้มละลาย “ยื่นคำร้อง” ได้เมื่อทำในฐานะผู้มีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกของผู้ตาย แต่ “เป็นผู้จัดการมรดกเอง” ไม่ได้ (ลักษณะต้องห้ามตาม ป.พ.พ. ม.1718)
หมวด มรดก แกน ผู้จัดการมรดก ประเด็น ผู้มีส่วนได้เสีย ล้มละลาย อำนาจยื่นคำร้อง
สาระสำคัญ: การยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกเป็นการกระทำของผู้ร้องในฐานะ “ผู้มีส่วนได้เสีย” เพื่อประโยชน์แก่กองมรดกของผู้ตาย มิใช่การจัดการทรัพย์สินของตนเอง และมิใช่การฟ้องร้อง/ต่อสู้คดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลาย จึงไม่เป็นการกระทำต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 22, 24 และ 25 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6323/2547

ประเด็นข้อกฎหมาย

  1. บุคคลล้มละลายมีอำนาจยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกได้หรือไม่ และการยื่นคำร้องดังกล่าว เป็นการกระทำต้องห้ามตามพระราชบัญญัติล้มละลายหรือไม่
  2. สามีที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่มี กรรมสิทธิ์รวม ในทรัพย์สินกับผู้ตาย ถือเป็น “ผู้มีส่วนได้เสีย” ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713 หรือไม่
  3. ผู้ที่จะเป็นผู้จัดการมรดก จำเป็นต้องเป็นทายาทหรือมีสิทธิรับมรดกหรือไม่
  4. อายุสูง (เช่น 90 ปี) เป็นอุปสรรคต่อการเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่

ข้อเท็จจริงโดยย่อ

ผู้ร้องเป็นพี่น้องร่วมบิดาของผู้ตาย ผู้ตายถึงแก่ความตายโดยมิได้ทำพินัยกรรมและมิได้ตั้งผู้จัดการมรดกไว้ ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งบุตรสาวของตนเป็นผู้จัดการมรดก

ผู้คัดค้านยื่นคัดค้าน โดยอ้างว่าอยู่กินเป็นสามีกับผู้ตายโดยมิได้จดทะเบียนสมรส และมีทรัพย์บางรายการซึ่งถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับผู้ตาย จึงขอให้ศาลตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดก พร้อมทั้งโต้แย้งว่าผู้ร้องเป็นบุคคลล้มละลายจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้อง และบุคคลที่ผู้ร้องเสนอชื่อไม่ใช่ทายาท

คำวินิจฉัยศาลฎีกา

1) อำนาจของบุคคลล้มละลายในการ “ยื่นคำร้อง”

การยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกเป็นการกระทำของผู้ร้องในฐานะ ผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อประโยชน์แก่กองมรดกของผู้ตาย มิใช่การจัดการทรัพย์สินของตนเอง และมิใช่การฟ้องร้อง/ต่อสู้คดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลาย จึง ไม่เป็นการต้องห้าม ตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 22, 24 และ 25

2) ความหมายของ “ผู้มีส่วนได้เสีย”

ผู้มีส่วนได้เสียตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713 ไม่จำเป็นต้องเป็นทายาทโดยธรรมเสมอไป กรณีผู้คัดค้านแม้ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่มี กรรมสิทธิ์รวม ในทรัพย์สินกับผู้ตาย ย่อมมีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่ร้องขอต่อศาลได้

3) คุณสมบัติของผู้จัดการมรดก

ผู้จัดการมรดกไม่จำเป็นต้องเป็นทายาทหรือมีสิทธิรับมรดก ขอเพียงมีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่อยู่ในลักษณะต้องห้ามตาม ป.พ.พ. มาตรา 1718 (รวมถึง ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย) ดังนั้น แม้บุคคลล้มละลายจะมีอำนาจยื่นคำร้องได้ แต่ ไม่อาจเป็นผู้จัดการมรดกด้วยตนเอง และต้องขอให้ศาลตั้งบุคคลอื่นแทน

4) อายุของผู้จัดการมรดก

แม้ผู้คัดค้านจะมีอายุสูงถึง 90 ปี หากยังมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์และสามารถดำเนินการทำนิติกรรมได้ ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเป็นผู้จัดการมรดก

ผลคดี: ศาลฎีกาพิพากษายืน

บทสรุป (ธงคำตอบ)

  • บุคคลล้มละลายยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกได้ หากยื่นในฐานะผู้มีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกของผู้ตาย
  • เจ้าของกรรมสิทธิ์รวมถือเป็น “ผู้มีส่วนได้เสีย” แม้ไม่ใช่คู่สมรสตามกฎหมาย
  • ผู้จัดการมรดกไม่จำเป็นต้องเป็นทายาท แต่ต้องไม่อยู่ในลักษณะต้องห้ามตาม ป.พ.พ. มาตรา 1718
  • อายุสูงไม่ใช่เหตุห้าม หากยังมีสติสัมปชัญญะและความสามารถตามกฎหมาย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ป.พ.พ. ม.1713 ป.พ.พ. ม.1718 พ.ร.บ.ล้มละลายฯ ม.22 พ.ร.บ.ล้มละลายฯ ม.24 พ.ร.บ.ล้มละลายฯ ม.25

อ้างอิงแนววินิจฉัย: คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6323/2547

ข้อความอ้างอิง (คัดสาระ)

การยื่นคำร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกเป็นเรื่องที่ผู้ร้องในฐานะผู้มีส่วนได้เสียมีอำนาจกระทำเพื่อประโยชน์แก่กองมรดก มิใช่เรื่องการจัดการทรัพย์สิน การฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีใดอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลาย จึงไม่เป็นการกระทำของคนล้มละลายที่ต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 22, 24 และ 25

Tip: หากกล่องนี้ยาวเกินไปบนมือถือ ให้ตัดเหลือ 2 บรรทัดแรกได้

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า