ฎีกาที่ 6323/2547

#ฎีกาศึกษา #ทนายความ

บุคคลล้มละลายร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก และสิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6323/2547

ประเด็นข้อกฎหมาย

  • บุคคลล้มละลายมีอำนาจยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกได้หรือไม่ และเป็นการกระทำต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย หรือไม่
  • สามีที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่มีกรรมสิทธิ์รวมในทรัพย์สิน ถือเป็น "ผู้มีส่วนได้เสีย" ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713 หรือไม่
  • ผู้ที่จะเป็นผู้จัดการมรดก จำเป็นต้องเป็นทายาทหรือมีสิทธิรับมรดกหรือไม่
  • อายุสูง (เช่น 90 ปี) เป็นอุปสรรคต่อการเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่

ข้อเท็จจริงโดยย่อ

ผู้ร้องเป็นพี่น้องร่วมบิดาของผู้ตาย ผู้ตายถึงแก่ความตายโดยมิได้ทำพินัยกรรมและมิได้ตั้งผู้จัดการมรดกไว้ ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งบุตรสาวของตนเป็นผู้จัดการมรดก ฝ่ายผู้คัดค้านยื่นคัดค้านโดยอ้างว่าอยู่กินเป็นสามีกับผู้ตายโดยมิได้จดทะเบียนสมรส และมีทรัพย์บางรายการซึ่งถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับผู้ตาย จึงขอให้ศาลตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดก พร้อมทั้งโต้แย้งว่าผู้ร้องเป็นบุคคลล้มละลายจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้อง และบุคคลที่ผู้ร้องเสนอชื่อไม่ใช่ทายาท

คำวินิจฉัยศาลฎีกา

1. อำนาจของบุคคลล้มละลายในการยื่นคำร้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก เป็นการกระทำของผู้ร้องในฐานะ ผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อประโยชน์แก่กองมรดกของผู้ตาย มิใช่การจัดการทรัพย์สินของตนเอง และมิใช่การฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลาย จึง ไม่เป็นการกระทำต้องห้าม ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22, 24 และ 25

2. ความหมายของ “ผู้มีส่วนได้เสีย”

คำว่า “ผู้มีส่วนได้เสีย” ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 ไม่จำเป็นต้องเป็นทายาทโดยธรรมเสมอไป กรณีผู้คัดค้านแม้ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับผู้ตาย แต่มีกรรมสิทธิ์รวมในทรัพย์สินบางรายการกับผู้ตาย ย่อมเป็นผู้มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง จึงถือเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่มีสิทธิร้องขอต่อศาลได้

3. คุณสมบัติของผู้จัดการมรดก

ผู้จัดการมรดก ไม่จำเป็นต้องเป็นทายาท และ ไม่จำเป็นต้องมีสิทธิรับมรดก ขอเพียงเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่อยู่ในลักษณะต้องห้ามตาม ป.พ.พ. มาตรา 1718 ได้แก่ บรรลุนิติภาวะ, ไม่เป็นคนวิกลจริต, ไม่เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ และ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ดังนั้น แม้บุคคลล้มละลายจะมีอำนาจยื่นคำร้องได้ แต่ไม่อาจเป็นผู้จัดการมรดกด้วยตนเอง และต้องขอให้ศาลตั้งบุคคลอื่นแทน

4. อายุของผู้จัดการมรดก

แม้ผู้คัดค้านจะมีอายุสูงถึง 90 ปี แต่หากปรากฏว่ายังมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ และสามารถดำเนินการทำนิติกรรมได้ ก็ ไม่เป็นอุปสรรค ต่อการเป็นผู้จัดการมรดก

บทสรุป

  • บุคคลล้มละลาย: ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกได้ หากยื่นในฐานะผู้มีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์แก่กองมรดก
  • เจ้าของกรรมสิทธิ์รวม: ถือเป็น “ผู้มีส่วนได้เสีย” แม้ไม่ใช่คู่สมรสตามกฎหมาย
  • ผู้จัดการมรดก: ไม่จำเป็นต้องเป็นทายาท แต่ต้องไม่อยู่ในลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย
  • อายุสูง: ไม่ใช่เหตุห้าม หากยังมีสติสัมปชัญญะและความสามารถตามกฎหมาย
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง:
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713, 1718
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22, 24, 25

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า