บุคคลล้มละลายร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก และสิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย
ประเด็นข้อกฎหมาย
- บุคคลล้มละลายมีอำนาจยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกได้หรือไม่ และเป็นการกระทำต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย หรือไม่
- สามีที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่มีกรรมสิทธิ์รวมในทรัพย์สิน ถือเป็น "ผู้มีส่วนได้เสีย" ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713 หรือไม่
- ผู้ที่จะเป็นผู้จัดการมรดก จำเป็นต้องเป็นทายาทหรือมีสิทธิรับมรดกหรือไม่
- อายุสูง (เช่น 90 ปี) เป็นอุปสรรคต่อการเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่
ข้อเท็จจริงโดยย่อ
คำวินิจฉัยศาลฎีกา
1. อำนาจของบุคคลล้มละลายในการยื่นคำร้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก เป็นการกระทำของผู้ร้องในฐานะ ผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อประโยชน์แก่กองมรดกของผู้ตาย มิใช่การจัดการทรัพย์สินของตนเอง และมิใช่การฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลาย จึง ไม่เป็นการกระทำต้องห้าม ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22, 24 และ 25
2. ความหมายของ “ผู้มีส่วนได้เสีย”
คำว่า “ผู้มีส่วนได้เสีย” ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 ไม่จำเป็นต้องเป็นทายาทโดยธรรมเสมอไป กรณีผู้คัดค้านแม้ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับผู้ตาย แต่มีกรรมสิทธิ์รวมในทรัพย์สินบางรายการกับผู้ตาย ย่อมเป็นผู้มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง จึงถือเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่มีสิทธิร้องขอต่อศาลได้
3. คุณสมบัติของผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดก ไม่จำเป็นต้องเป็นทายาท และ ไม่จำเป็นต้องมีสิทธิรับมรดก ขอเพียงเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่อยู่ในลักษณะต้องห้ามตาม ป.พ.พ. มาตรา 1718 ได้แก่ บรรลุนิติภาวะ, ไม่เป็นคนวิกลจริต, ไม่เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ และ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ดังนั้น แม้บุคคลล้มละลายจะมีอำนาจยื่นคำร้องได้ แต่ไม่อาจเป็นผู้จัดการมรดกด้วยตนเอง และต้องขอให้ศาลตั้งบุคคลอื่นแทน
4. อายุของผู้จัดการมรดก
แม้ผู้คัดค้านจะมีอายุสูงถึง 90 ปี แต่หากปรากฏว่ายังมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ และสามารถดำเนินการทำนิติกรรมได้ ก็ ไม่เป็นอุปสรรค ต่อการเป็นผู้จัดการมรดก
บทสรุป
- บุคคลล้มละลาย: ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกได้ หากยื่นในฐานะผู้มีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์แก่กองมรดก
- เจ้าของกรรมสิทธิ์รวม: ถือเป็น “ผู้มีส่วนได้เสีย” แม้ไม่ใช่คู่สมรสตามกฎหมาย
- ผู้จัดการมรดก: ไม่จำเป็นต้องเป็นทายาท แต่ต้องไม่อยู่ในลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย
- อายุสูง: ไม่ใช่เหตุห้าม หากยังมีสติสัมปชัญญะและความสามารถตามกฎหมาย
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713, 1718
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22, 24, 25