ฎีกาที่ 5484/2553 บัตรเครดิต อายุความ

ประเด็นข้อกฎหมาย

1. หนี้บัตรเครดิตจัดเป็นหนี้ประเภทใด และมีอายุความกี่ปี

2. การชำระหนี้บางส่วนจะถือเป็นการรับสภาพหนี้ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง (นับหนึ่งใหม่) หรือไม่

 


คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5484/2553

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ป.พ.พ. มาตรา 193/28, 193/34 (7)

จำเลยเป็นสมาชิกบัตรเครดิตของโจทก์ ยอมผูกพันตามเงื่อนไขของผู้ถือบัตรตกลงให้โจทก์ทดรองจ่ายเงินอันเนื่องจากจำเลยใช้บัตรเครดิตไปชำระค่าสินค้า ค่าบริการหรือเบิกเงินสดล่วงหน้า โดยจำเลยยอมชำระคืนให้โจทก์ในภายหลัง อันเป็นการประกอบธุรกิจรับทำการงานต่างๆ แก่สมาชิก เมื่อโจทก์ชำระเงินแก่เจ้าหนี้แล้วโจทก์จะเรียกเก็บเงินจากสมาชิกในภายหลัง จึงเป็นกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจในการรับทำการงานต่าง ๆ เรียกเอาเงินที่ได้ออกทดรองไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (7) การฟ้องเรียกเงินทดรองของโจทก์จึงมีอายุความ 2 ปี เมื่อโจทก์มีหนังสือถึงจำเลยขอยกเลิกการเป็นสมาชิกบัตรเครดิตตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2547 พร้อมทั้งให้จำเลยชำระหนี้ที่เกิดจากการใช้บัตรเครดิต โจทก์ย่อมบังคับสิทธิเรียกร้องของตนได้นับแต่วันดังกล่าว ซึ่งจะครบกำหนดอายุความในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2549 แต่โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2550 หลังครบกำหนดอายุความแล้วคดีจึงขาดอายุความ และการรับสภาพหนี้ด้วยการชำระหนี้บางส่วนที่จะทำให้อายุความสะดุดหยุดลงต้องก่อนที่จะขาดอายุความ เมื่อจำเลยชำระหนี้บางส่วนเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2550 ภายหลังจากขาดอายุความแล้ว จึงไม่เป็นการรับสภาพหนี้อันจะทำให้อายุคาวามสะดุดหยุดลง การชำระหนี้ภายหลังขาดอายุความแล้วเพียงแต่ทำให้ลูกหนี้เรียกคืนไม่ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/28

 

ถาม-ตอบ ปัญหากฎหมาย: หนี้บัตรเครดิตและการชำระหนี้หลังขาดอายุความ

คำถามที่ 1: คดีฟ้องร้องหนี้บัตรเครดิต มีอายุความกี่ปี?

คำตอบ: มีอายุความ 2 ปี เนื่องจากหนี้บัตรเครดิตถือเป็นกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจรับทำการงานต่างๆ เรียกเอาเงินที่ได้ออกทดรองไป (จ่ายแทนไปก่อน) จึงมีอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (7)

คำถามที่ 2: อายุความ 2 ปี เริ่มนับตั้งแต่วันไหน?

คำตอบ: เริ่มนับตั้งแต่วันที่เจ้าหนี้สามารถบังคับตามสิทธิเรียกร้องได้ ในคดีนี้ศาลนับตั้งแต่วันที่โจทก์ (เจ้าหนี้) มีหนังสือแจ้งขอยกเลิกการเป็นสมาชิกบัตรเครดิตและทวงถามให้ชำระหนี้

คำถามที่ 3: หากคดีขาดอายุความไปแล้ว แต่ลูกหนี้เผลอไป "ชำระหนี้บางส่วน" (จ่ายหยอด) จะทำให้อายุความเริ่มนับใหม่หรือไม่?

คำตอบ: ไม่ทำให้อายุความเริ่มนับใหม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ชัดเจนว่า การรับสภาพหนี้ (เช่น การจ่ายเงินบางส่วน) ที่จะส่งผลให้อายุความสะดุดหยุดลงและเริ่มนับใหม่ได้นั้น จะต้องกระทำ "ก่อน" ที่คดีจะขาดอายุความ เท่านั้น หากมาจ่ายหลังจากขาดอายุความไปแล้ว จะไม่ถือว่าเป็นการรับสภาพหนี้ตามกฎหมาย

คำถามที่ 4: เจ้าหนี้สามารถนำหลักฐานการจ่ายเงิน "หลัง" ขาดอายุความ มาฟ้องร้องให้ลูกหนี้จ่ายส่วนที่เหลือได้หรือไม่?

คำตอบ: ไม่ได้ เมื่อหนี้ขาดอายุความแล้ว สิทธิของเจ้าหนี้ในการฟ้องร้องบังคับคดีถือว่าสิ้นสุดลง การที่ลูกหนี้มาจ่ายเงินบางส่วนภายหลัง ไม่ได้ทำให้สิทธิในการฟ้องร้องของเจ้าหนี้กลับคืนมา ศาลจะพิพากษายกฟ้อง (เจ้าหนี้แพ้คดี)

คำถามที่ 5: เงินที่ลูกหนี้จ่ายไปแล้วหลังจากขาดอายุความ สามารถฟ้องขอคืนจากเจ้าหนี้ได้หรือไม่?

คำตอบ: ขอคืนไม่ได้ กฎหมายกำหนดว่า การชำระหนี้ภายหลังขาดอายุความแล้ว มีผลเพียงทำให้ลูกหนี้เรียกเงินที่จ่ายไปนั้นคืนไม่ได้เท่านั้น (ถือว่าเป็นการชำระหนี้โดยสมัครใจ) ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/28

 

พฤติการณ์ถือว่าสละประโยชน์แห่งอายุความ

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า