⚖️🏡 สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3172/2564
📌 เรื่อง:
การใช้ทางผ่านบนที่ดินเอกชนโดยเข้าใจว่าเป็นทางสาธารณะ จะได้สิทธิ ภาระจำยอมโดยอายุความ หรือไม่
📚 ประเด็นข้อกฎหมาย:
ผู้ใช้ทางผ่านบนที่ดินของผู้อื่นติดต่อกันเกิน 10 ปี แต่ใช้โดยเข้าใจมาตลอดว่าเป็น “ทางสาธารณะ” จะถือว่าเป็นการใช้สิทธิ โดยปรปักษ์ จนได้ภาระจำยอมโดยอายุความหรือไม่
📝 ข้อเท็จจริง:
ที่ดินของโจทก์กับที่ดินของจำเลยทั้งสี่มีแนวเขตติดต่อกัน โดยทางพิพาทอยู่ในเขตที่ดินของจำเลยทั้งสี่
🛣️ จำเลยทั้งสี่ได้อนุญาตให้สภาตำบลศรีพรานนำงบประมาณของทางราชการมาก่อสร้างถนนดิน และต่อมาทำเป็นถนนคอนกรีตบนทางพิพาท เพื่อให้โจทก์ จำเลยทั้งสี่ และประชาชนทั่วไปใช้เป็นทางออกสู่ทางสาธารณะ
👨🌾 โจทก์ใช้ทางเส้นดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2548 โดยเข้าใจมาตลอดว่าองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นผู้ก่อสร้าง และทางนั้นเป็น “ทางสาธารณะ”
⚠️ ต่อมาเมื่อเกิดข้อพิพาท โจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าทางพิพาทตกเป็น ภาระจำยอมโดยอายุความ แก่ที่ดินของตน เพราะใช้ทางดังกล่าวมาเกิน 10 ปีแล้ว
⚖️ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3172/2564 วินิจฉัยว่า:
🔎 คำวินิจฉัยสำคัญ:
ศาลฎีกาวางหลักว่า การได้สิทธิภาระจำยอมโดยอายุความ ไม่ใช่ดูเพียงว่ามีการใช้ทางเกิน 10 ปีหรือไม่ แต่ต้องดูด้วยว่า การใช้ทางนั้นเป็นการใช้สิทธิ “โดยปรปักษ์” ต่อเจ้าของที่ดินหรือไม่
🚫 เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า โจทก์ใช้ทางพิพาทโดยเข้าใจมาตั้งแต่ต้นว่าเป็น “ทางสาธารณะ” การใช้ทางเช่นนี้จึงไม่ใช่การใช้สิทธิในลักษณะโต้แย้งสิทธิของเจ้าของที่ดินเอกชน
⛔ เพราะฉะนั้น แม้จะใช้ทางพิพาทติดต่อกันเกิน 10 ปี ก็ยัง ไม่ได้สิทธิภาระจำยอมโดยอายุความ
📌 ข้อสังเกต:
🏛️ แม้ข้อเท็จจริงจะปรากฏว่า มีการนำงบประมาณของทางราชการมาก่อสร้างถนนบนที่ดินของเอกชน แต่ประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องความชอบด้วยกฎหมายของการใช้อำนาจและการใช้งบประมาณของหน่วยงานรัฐ ซึ่งต้องไปว่ากล่าวกันต่างหาก ไม่ใช่ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยในคดีแพ่งเรื่องภาระจำยอมคดีนี้
✅ สรุป:
หากผู้ใช้ทางผ่านบนที่ดินของผู้อื่น เข้าใจมาตลอดว่าเป็นทางสาธารณะ การใช้ทางนั้นย่อมขาดลักษณะ “การใช้โดยปรปักษ์” ต่อเจ้าของที่ดิน
📍 ดังนั้น แม้จะใช้ทางติดต่อกันเกิน 10 ปี ก็ไม่ทำให้ได้สิทธิ ภาระจำยอมโดยอายุความ
📖 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง:
▪️ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382
▪️ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401