ฎีกาที่ 1932/2568 ขอยกเว้นค่าธรรมเนียมที่ต้องใช้แทนโจทก์ในคดีผู้บริโภค (ผู้บริโภคที่ได้รับยกเว้นค่าขึ้นศาล (มาตรา 18 พ.ร.บ.ผู้บริโภค) สามารถร้องขอยกเว้นเงินค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนโจทก์ในชั้นอุทธรณ์ ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 156 ได้หรือไม่)

ประเด็น ผู้บริโภคที่ได้รับยกเว้นค่าขึ้นศาล (มาตรา 18 พ.ร.บ.ผู้บริโภค) สามารถร้องขอยกเว้นเงินค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนโจทก์ในชั้นอุทธรณ์ ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 156 ได้หรือไม่

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1932/2568

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง; ป.วิ.พ. มาตรา 27, 155, 156, 156/1, 229 พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 มาตรา 7, 18, 50

การที่จำเลยยื่นอุทธรณ์โดยยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 ซึ่งนำมาใช้บังคับในคดีผู้บริโภคโดยอนุโลมตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 ค่าธรรมเนียมศาลตามบทบัญญัติในมาตราดังกล่าวให้รวมถึงเงินวางศาลในการยื่นฟ้องอุทธรณ์ตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 157 ด้วย หมายถึง เงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้นซึ่งจะต้องนำมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 229 ดังนี้ แม้จำเลยจะเป็นผู้บริโภคได้รับยกเว้นไม่ต้องชำระค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 18 จำเลยก็มีสิทธิยื่นคำร้องขอยกเว้นเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลของจำเลย และศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งให้ยกอุทธรณ์จำเลย โดยยังมิได้พิจารณาคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลของจำเลยว่ามีเหตุที่จะอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลหรือไม่ เป็นการไม่ชอบ เมื่อความปรากฏแก่ศาลฎีกา ย่อมมีเหตุสมควรที่ศาลฎีกาจะมีคำสั่งให้เพิกถอนหรือมีคำสั่งในเรื่องนั้นอย่างใดอย่างหนึ่งได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 และเมื่อศาลชั้นต้นได้ไต่สวนพยานในชั้นนี้มาเสร็จสิ้นแล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรมีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลไปเสียทีเดียว โดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งก่อน

  

ถาม-ตอบ ตามคำพิพากษาศาลฎีกา

คำถาม: ในคดีผู้บริโภค จำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคได้รับยกเว้นค่าขึ้นศาลอยู่แล้ว จะยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนยากจน (ขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล) ในชั้นอุทธรณ์ได้อีกหรือไม่?

คำตอบ: ได้ แม้จำเลยจะได้รับยกเว้นค่าขึ้นศาลตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 18 แต่จำเลยยังมีหน้าที่ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมที่ต้องใช้แทนโจทก์มาวางศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 ซึ่งศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ค่าธรรมเนียมศาล" ที่ขอยกเว้นได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 (ประกอบ พ.ร.บ.ผู้บริโภคฯ มาตรา 7) นั้นกินความรวมถึง "เงินวางศาลตามมาตรา 157" ด้วย ดังนั้น จำเลยจึงมีสิทธิขอยกเว้นเงินจำนวนนี้ได้

คำถาม: หากศาลอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ ผลทางกฎหมายคืออะไร?

คำตอบ: จำเลยจะได้รับยกเว้น ไม่ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนโจทก์ (ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น) มาวางศาลในขณะยื่นอุทธรณ์ ทำให้ศาลต้องรับอุทธรณ์ไว้วินิจฉัยต่อไป


แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า