โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีที่ผู้จัดการมรดกนัดประชุมทายาทเพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดก แต่จำเลยซึ่งเป็นทายาทคนหนึ่งไม่มาประชุม ที่ประชุมจึงมอบหมายให้ผู้จัดการมรดกคนหนึ่งเป็นผู้จับฉลากแบ่งทรัพย์มรดกแทนจำเลย
กรณีเช่นนี้เป็นการแบ่งปันทรัพย์มรดกที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
- โจทก์และจำเลยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนาย พ. กับนาง ซ. มีพี่น้องร่วมบิดามารดาด้วยกัน 10 คน
- ขณะนาย พ. มีชีวิตอยู่ มีที่ดินหลายแปลง บางแปลงใส่ชื่อบุตรและคนอื่นเป็นเจ้าของแทน โดยที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.3 ก. เลขที่ 1685 ใส่ชื่อโจทก์ไว้แทน ส่วนที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 2093 และ 2094 ใส่ชื่อนาย ฉ. บุตรนาย พ. ไว้แทน
- เมื่อนาย พ. ถึงแก่ความตาย ศาลมีคำสั่งตั้งนาย ฉ. และนาย ล. ร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกของนาย พ.
- ต่อมานาย ฉ. และนาย ล. ในฐานะผู้จัดการมรดก ได้นัดประชุมทายาทโดยธรรมของนาย พ. เพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดก ในวันนัดมีโจทก์และทายาททุกคน ยกเว้นจำเลย มาประชุมโดยพร้อมกัน
- ที่ประชุมตกลงให้มีการจับฉลากแบ่งทรัพย์มรดกให้แก่ทายาททุกคนในสัดส่วนเท่า ๆ กัน เมื่อจำเลยไม่มาประชุม ที่ประชุมจึงมอบหมายให้นาย ล. เป็นผู้จับฉลากแทน
- ผลการจับฉลาก โจทก์ได้ที่ดิน 3 แปลง ได้แก่ ที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 1685, 2093 และ 2094
- ต่อมานาย ฉ. และนาย ล. ในฐานะผู้จัดการมรดก ได้จดทะเบียนโอนที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 2093 และ 2094 ให้แก่โจทก์
- จำเลยครอบครองทำประโยชน์โดยปลูกต้นยางพาราในที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 1685, 2093 และ 2094
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1750 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า การแบ่งปันทรัพย์มรดกนั้น อาจทำได้โดยทายาทต่างเข้าครอบครองทรัพย์สินเป็นส่วนสัด หรือโดยการขายทรัพย์มรดก แล้วเอาเงินที่ขายได้มาแบ่งปันกันระหว่างทายาท
วรรคสองบัญญัติว่า ถ้าการแบ่งมิได้เป็นไปตามวรรคก่อน แต่ได้ทำโดยสัญญา จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ เว้นแต่จะมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใด ลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด หรือตัวแทนของฝ่ายนั้นเป็นสำคัญ
ศาลฎีกาเห็นว่า การแบ่งปันทรัพย์มรดกนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 ลักษณะ 4 หมวด 3 บัญญัติไว้โดยเฉพาะ ตามหลักกฎหมายดังกล่าว แบ่งได้ 3 วิธี กล่าวคือ:
- โดยทายาทต่างเข้าครอบครองเป็นส่วนสัด: ด้วยการแบ่งตัวทรัพย์ตามความยินยอมโดยตรงหรือโดยปริยาย และต่างเข้าครอบครองตามทรัพย์มรดกที่ได้รับแบ่งนั้น กรณีนี้ไม่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือก็บังคับได้
- โดยการขายทรัพย์มรดก: แล้วเอาเงินที่ขายได้แบ่งปันกันระหว่างทายาท กรณีเกิดจากทายาทผู้มีสิทธิในทรัพย์มรดกไม่อาจแบ่งตัวทรัพย์กันได้ การขายอาจตกลงกันว่าให้ประมูลกันระหว่างทายาท หรือประกาศขาย หรือถ้าตกลงกันไม่ได้ ก็ต้องนำคดีมาฟ้องเรียกให้แบ่งมรดก โดยขอให้ศาลพิพากษาให้แบ่งระหว่างเจ้าของรวม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364
- การแบ่งปันทรัพย์มรดกโดยสัญญา: ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใด ลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด หรือตัวแทนของฝ่ายนั้นเป็นสำคัญ มิฉะนั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่
คดีนี้ โจทก์ยืนยันตามที่บรรยายฟ้องว่า นาย ฉ. และนาย ล. ในฐานะผู้จัดการมรดก ได้นัดประชุมทายาทโดยธรรมของนาย พ. เพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดก ในวันนัดมีโจทก์และทายาททุกคน ยกเว้นจำเลย มาประชุมโดยพร้อมกัน ที่ประชุมตกลงให้มีการจับฉลากแบ่งทรัพย์มรดกให้แก่ทายาททุกคนในสัดส่วนเท่า ๆ กัน เมื่อจำเลยไม่มาประชุม ที่ประชุมจึงมอบหมายให้นาย ล. เป็นผู้จับฉลากแทน
ศาลฎีกาเห็นว่า การแบ่งปันทรัพย์มรดกโดยนาย ฉ. และนาย ล. ในฐานะผู้จัดการมรดกนั้น มิชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 ลักษณะ 4 หมวด 3 ที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะตามหลักกฎหมายข้างต้น
แม้นาย ฉ. และนาย ล. ในฐานะผู้จัดการมรดก จดทะเบียนโอนที่พิพาทให้แก่โจทก์แล้ว ที่พิพาทก็ยังเป็น “ทรัพย์มรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง” จำเลยผู้เป็นทายาทด้วยกัน ย่อมมีส่วนกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทเท่ากัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1745, 1746 และย่อมมีสิทธิครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่พิพาทได้ ตามมาตรา 1360 วรรคหนึ่ง
โจทก์ไม่อาจอ้างความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้ กรณีตามคำฟ้องถือว่า ยังไม่มีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของจำเลยต่อโจทก์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ทั้งข้ออ้างอันเป็นหลักแห่งข้อหาตามฟ้องมิใช่เรื่องขอแบ่งมรดก ในอันที่ศาลจะพิจารณาพิพากษาให้ได้ เพราะเป็นการเกินไปกว่า หรือนอกเหนือจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
คดีนี้ ศาลฎีกาวางหลักว่า การแบ่งปันทรัพย์มรดกต้องเป็นไปตามวิธีที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 ลักษณะ 4 หมวด 3 บัญญัติไว้โดยเฉพาะ
การที่ผู้จัดการมรดกนัดประชุมทายาท แล้วที่ประชุมตกลงให้มีการจับฉลากแบ่งทรัพย์มรดก ในขณะที่จำเลยซึ่งเป็นทายาทคนหนึ่งไม่มาประชุม และมอบหมายให้ผู้จัดการมรดกคนหนึ่งจับฉลากแทนจำเลยนั้น ไม่ใช่วิธีแบ่งปันทรัพย์มรดกที่ชอบด้วยกฎหมาย
แม้ผู้จัดการมรดกจะจดทะเบียนโอนที่พิพาทให้แก่โจทก์แล้ว ที่พิพาทก็ยังเป็น “ทรัพย์มรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง” จำเลยซึ่งเป็นทายาทด้วยกัน ย่อมมีส่วนกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทเท่ากัน และมีสิทธิครอบครองใช้ประโยชน์ในที่พิพาทได้ โจทก์จึงไม่อาจอ้างความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้
ผลคดี: ศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1360 วรรคหนึ่ง, 1364, 1745, 1746, 1748, 1750
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55, 142