คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568
คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์
และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ
มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเกิดขึ้นระหว่างโจทก์และจำเลย
จึงไม่มีกรณีที่จะให้ถือว่าโจทก์ได้รับหมายเรียกให้ยื่นคำให้การแล้วมิได้ยื่นคำให้การภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดหรือตามคำสั่งศาล
อันจะให้ถือว่าโจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การและทำให้เกิดกระบวนพิจารณาโดยขาดนัด
ซึ่งจะมีผลให้คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลผูกพันโจทก์ในกระบวนพิจารณาที่พิพากษาหรือมีคำสั่งตาม
ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง
แต่คดีดังกล่าวเป็นเรื่องของจำเลยฝ่ายเดียวที่ประสงค์จะใช้สิทธิทางศาลและเริ่มคดีด้วยการยื่นคำร้องขอต่อศาลชั้นต้นเป็นคดีที่ไม่มีข้อพิพาทตาม
ป.วิ.พ. มาตรา 188 แม้ก่อนการไต่สวนคำร้องขอ
ศาลชั้นต้นได้ประกาศวันนัดกับส่งหมายแจ้งวันนัดให้โจทก์ทราบโดยส่งไปยังภูมิลำเนาของโจทก์ตามที่โจทก์มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
อันเป็นการส่งหมายโดยชอบเพื่อให้โจทก์มีโอกาสคัดค้านแล้วก็ตาม
แต่เมื่อโจทก์มิได้เข้ามาเกี่ยวข้องในคดีโดยตรงหรือโดยอ้อมไม่ว่าด้วยเหตุผลใด
จะให้ถือว่าโจทก์เป็นคู่ความและการดำเนินคดีเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยคดีอันมีข้อพิพาทตาม
ป.วิ.พ. มาตรา 188 (4) ย่อมไม่ได้
คำสั่งของศาลชั้นต้นจึงไม่ผูกพันโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145
วรรคหนึ่ง ทั้งการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยการครอบครองปรปักษ์หาได้เป็นเหตุผลที่แสดงว่าโจทก์ได้สละกรรมสิทธิ์ในที่ดินตั้งแต่วันที่ศาลมีคำสั่งแล้วไม่
เมื่อโจทก์มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทอยู่ก่อนจำเลยยื่นคำร้องขอครอบครองปรปักษ์
โจทก์ย่อมมีสิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนโดยกล่าวอ้างว่าจำเลยเพียงครอบครองที่ดินไว้แทนโจทก์และฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ได้
ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง
ข้อเท็จจริง
- โจทก์ (นาย
ป.) และจำเลย (นาง ก.) เป็นพี่น้องกัน
- เดิมโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่
2648
- โจทก์ได้สมรสและย้ายไปอาศัยอยู่กับภรรยา
ต่อมาในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2548 โจทก์ได้ทิ้งร้างภรรยาและหายไปจากภูมิลำเนาโดยที่ญาติพี่น้องไม่ทราบที่อยู่ใหม่
- ในวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 จำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท
- ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่
792/2558 ว่าที่ดินดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยการครอบครองปรปักษ์
- จำเลยได้นำคำสั่งศาลไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของตนเองเมื่อวันที่
2 ตุลาคม พ.ศ. 2558
- โจทก์ได้ฟ้องคดีนี้เพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งศาลในคดีก่อน
และให้กรรมสิทธิ์ในที่ดินกลับมาเป็นของตนดังเดิม
0 Comments
แสดงความคิดเห็น