การขาดนัดพิจารณาและการขอพิจารณาคดีใหม่ก่อนศาลมีคำพิพากษา
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 206 วรรคสาม และมาตรา 207
เมื่อศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา และดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์ฝ่ายเดียวจนเสร็จแล้ว แต่ยังไม่ได้มีคำพิพากษา
หากจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลจะยกคำร้องโดยไม่ไต่สวนได้หรือไม่
โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์ ฟ้องจำเลยทั้งสองเรียกค่าเสียหายจากเหตุที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ 2 ขับรถยกถอยหลังออกจากโรงงานด้วยความประมาท เป็นเหตุให้ชนรถยนต์ที่โจทก์รับประกันภัยไว้ได้รับความเสียหาย
โจทก์ซ่อมแซมรถยนต์ที่รับประกันภัยแล้ว จึงฟ้องให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย ส่วนจำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นนัดพิจารณาเพื่อการไกล่เกลี่ย ให้การ และสืบพยานในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2565 เวลา 11 นาฬิกา
ในวันนัด ผู้รับมอบฉันทะทนายจำเลยทั้งสองมาศาล แต่ทนายจำเลยทั้งสองไม่ได้มาศาล
ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่าจำเลยทั้งสองขาดนัดพิจารณา ให้ดำเนินกระบวนพิจารณาคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียว และสืบพยานโจทก์จนเสร็จการพิจารณา จากนั้นนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 21 ธันวาคม 2565
ต่อมาในวันเดียวกัน เวลา 13.30 น. ทนายจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ โดยอ้างว่าไม่ได้จงใจขาดนัดพิจารณาและคดีมีโอกาสชนะ
จำเลยอ้างด้วยว่า ทนายจำเลยต้องเดินทางไปศาลล้มละลายกลางและศาลปกครองเพื่อยื่นเอกสารและตรวจสำนวน และสำคัญผิดว่าผู้รับมอบฉันทะสามารถแถลงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพยานหลักฐานเพื่อกำหนดวันนัดพิจารณาได้
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีเสร็จการพิจารณาแล้วและอยู่ระหว่างนัดฟังคำพิพากษา กรณีไม่อาจขอพิจารณาคดีใหม่ในระหว่างนี้ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 207
จึงมีคำสั่ง ยกคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน และให้ค่าฤชาธรรมเนียมศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์เป็นพับ
จำเลยทั้งสองจึงฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยทั้งสองขาดนัดพิจารณา และดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวกระทั่งเสร็จการพิจารณา แล้วนัดฟังคำพิพากษา
ต่อมาในวันเดียวกันนั้น ทนายจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ โดยอ้างว่าจำเลยทั้งสองไม่จงใจขาดนัดพิจารณาและมีโอกาสชนะคดี
การที่ทนายจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่าประสงค์จะดำเนินคดีในโอกาสแรกภายหลังเสร็จสิ้นการสืบพยานโจทก์ฝ่ายเดียว และคดียังอยู่ระหว่างศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษา เป็นการขอพิจารณาคดีใหม่ ก่อนพิพากษา
จึงถือได้ว่าคดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีฝ่ายเดียวตาม ป.วิ.พ. มาตรา 206 วรรคสาม
ศาลชั้นต้นชอบที่จะไต่สวนคำร้องของจำเลยทั้งสองให้ได้ความว่า การขาดนัดพิจารณาของจำเลยทั้งสองเป็นไปโดยจงใจหรือมีเหตุอันสมควร แล้วมีคำสั่งคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ต่อไปตามรูปคดี
การที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องโดยเห็นว่าคดีเสร็จการพิจารณาแล้ว อยู่ระหว่างนัดฟังคำพิพากษา และไม่อาจขอพิจารณาคดีใหม่ได้ตามมาตรา 207 โดยไม่ได้ไต่สวนคำร้องเสียก่อน จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ
ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัยว่าไม่มีเหตุสมควรที่จะไต่สวนคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยทั้งสองนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังขึ้น
ศาลฎีกาพิพากษา
- ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7
- ยกคำสั่งศาลชั้นต้น
- ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยทั้งสอง
- แล้วพิจารณาสั่งตามรูปคดีต่อไป
- ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
แม้ศาลชั้นต้นจะสืบพยานโจทก์ฝ่ายเดียวจนเสร็จแล้ว แต่เมื่อยังไม่มีคำพิพากษา และจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ในโอกาสแรกภายหลังเสร็จสิ้นการสืบพยานโจทก์ฝ่ายเดียว ยังถือว่าคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีฝ่ายเดียวตาม ป.วิ.พ. มาตรา 206 วรรคสาม
ศาลชั้นต้นจึงต้องไต่สวนให้ได้ความก่อนว่า การขาดนัดพิจารณาของจำเลยเป็นไปโดยจงใจหรือมีเหตุอันสมควร แล้วจึงมีคำสั่งคำร้องตามรูปคดี
ดังนั้น การยกคำร้องเพียงเพราะเห็นว่าสืบพยานเสร็จแล้วและคดีอยู่ระหว่างนัดฟังคำพิพากษา โดยไม่ได้ไต่สวนคำร้องเสียก่อน เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ
ทั้งนี้ ศาลฎีกายังไม่ได้วินิจฉัยว่าให้จำเลยทั้งสองพิจารณาคดีใหม่ แต่ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องก่อน แล้วจึงพิจารณาสั่งตามรูปคดี
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 206 วรรคสาม
มาตรา 207
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยทั้งสองขาดนัดพิจารณา และดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวกระทั่งเสร็จการพิจารณา แล้วนัดฟังคำพิพากษา
ต่อมาในวันเดียวกันนั้น ทนายจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ โดยอ้างว่าจำเลยทั้งสองไม่จงใจขาดนัดพิจารณาและมีโอกาสชนะคดี การที่ทนายจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่าประสงค์จะดำเนินคดีในโอกาสแรกภายหลังเสร็จสิ้นการสืบพยานโจทก์ฝ่ายเดียว และคดียังอยู่ระหว่างศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษา อันเป็นการขอพิจารณาคดีใหม่ก่อนพิพากษา เช่นนี้ถือได้ว่าคดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีฝ่ายเดียวตาม ป.วิ.พ. มาตรา 206 วรรคสาม
ศาลชั้นต้นชอบที่จะไต่สวนคำร้องของจำเลยทั้งสองให้ได้ความว่า การขาดนัดพิจารณาของจำเลยทั้งสองเป็นไปโดยจงใจหรือมีเหตุอันสมควร แล้วมีคำสั่งคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยทั้งสองต่อไปตามรูปคดี
การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีเสร็จการพิจารณาแล้ว อยู่ระหว่างนัดฟังคำพิพากษา ไม่อาจขอพิจารณาคดีใหม่ในระหว่างนี้ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 207 แล้วยกคำร้อง โดยไม่ได้ไต่สวนคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยทั้งสองเสียก่อน จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ