สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1672/2569
ยิงปืนเข้าไปในบ้าน แต่ขณะเกิดเหตุไม่มีใครอยู่ เป็นพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่?
การที่จำเลยร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในบ้านซึ่งเป็นที่พักอาศัยประจำของผู้เสียหาย แต่ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายและบุคคลในครอบครัวไม่อยู่ภายในบ้าน จะถือเป็นความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่
จำเลยทั้งสองได้รับการว่าจ้างให้ไปยิงบ้านของผู้เสียหาย โดยมีการจัดเตรียมรถจักรยานยนต์และอาวุธปืนไว้ล่วงหน้า รวมทั้งมีการนัดหมายให้ไปรับอาวุธปืนจากสถานที่ซ่อนไว้ก่อนเดินทางไปก่อเหตุ
วันเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์ โดยมีจำเลยที่ 2 นั่งซ้อนท้ายและถืออาวุธปืน เมื่อไปถึงบ้านที่เกิดเหตุ จำเลยที่ 1 จอดรถ แล้วจำเลยที่ 2 ใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในบ้านอย่างน้อย 5 นัด ก่อนพากันหลบหนีไป
บ้านที่เกิดเหตุเป็นที่พักอาศัยประจำของผู้เสียหายทั้งสองกับบุตร แต่ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายทั้งสองออกไปกรีดยางและนำบุตรไปฝากญาติ จึงไม่มีผู้ใดอยู่ภายในบ้าน
จากการตรวจสถานที่เกิดเหตุพบรอยกระสุนทะลุเข้าไปภายในบ้าน โดยร่องรอยกระสุนบางจุดอยู่ในระดับบริเวณหน้าอกและคอ และกระสุนยังถูกกระบะที่จอดอยู่ข้างบ้านได้รับความเสียหาย
พฤติการณ์ที่จำเลยทั้งสองนำอาวุธปืนซึ่งมีอานุภาพร้ายแรงมายิงกราดเข้าไปในบ้านที่เป็นที่อยู่อาศัยประจำของผู้เสียหายทั้งสองกับบุตรอย่างน้อย 5 นัด กระสุนทะลุผนังเข้าไปภายในบ้าน จำเลยทั้งสองย่อมเล็งเห็นผลได้ว่า กระสุนปืนที่ยิงอาจถูกผู้เสียหายทั้งสองหรือบุคคลอื่นภายในบ้านได้
แม้กระสุนปืนจะไม่ถูกผู้ใด เพราะผู้เสียหายทั้งสองออกไปกรีดยางและนำบุตรไปฝากญาติ ทำให้ขณะเกิดเหตุไม่มีผู้ใดอยู่ในบ้าน ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีจึงเป็นเรื่องบังเอิญ โดยกระสุนที่ยิงสามารถทะลุผนังคอนกรีตเข้าไปในบ้าน อยู่ในระดับคอคน และสามารถทำอันตรายถึงแก่ความตายได้ การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงถือได้ว่าเป็นความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นแล้ว
สำหรับเหตุที่เป็นการกระทำ โดยไตร่ตรองไว้ก่อน แม้ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองได้วางแผนติดตามหรือดักรอผู้เสียหายก่อนก่อเหตุ แต่พฤติการณ์ที่มีการวางแผนล่วงหน้า จัดเตรียมรถจักรยานยนต์และอาวุธปืน รวมทั้งนัดหมายให้ไปรับอาวุธปืนจากสถานที่ซ่อนไว้เป็นขั้นเป็นตอน แล้วเดินทางไปยิงบ้านตามที่ได้รับคำสั่ง ถือได้ว่าเป็นการกระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
จำเลยที่ 1 กับพวกจึงมีความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 80
ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ภาค 9 ว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 กับพวกเป็นความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และ พิพากษายืน
สำหรับความผิดฐานดังกล่าว หลังลดโทษเพราะให้การรับสารภาพแล้ว จำเลยที่ 1 คงถูกจำคุก 25 ปี
การยิงปืนเข้าไปในบ้านซึ่งเป็นที่พักอาศัยประจำ แม้ขณะเกิดเหตุจะไม่มีผู้ใดอยู่ภายในบ้าน ก็อาจเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าได้ หากจากลักษณะการกระทำจำเลยย่อมเล็งเห็นผลว่ากระสุนปืนอาจถูกบุคคลภายในบ้านและทำอันตรายถึงแก่ความตายได้
ในคดีนี้ การที่ไม่มีผู้ใดถูกยิงเกิดจากผู้เสียหายและบุตรไม่อยู่ในบ้านขณะเกิดเหตุ ซึ่งศาลฎีกาถือว่าเป็น เรื่องบังเอิญ ไม่ทำให้การกระทำขาดองค์ประกอบความผิดฐานพยายามฆ่า
และเมื่อก่อนลงมือมีการวางแผน จัดเตรียมรถจักรยานยนต์และอาวุธปืน รวมถึงนัดหมายรับอาวุธจากสถานที่ซ่อนไว้เป็นขั้นเป็นตอน พฤติการณ์ดังกล่าวจึงถือได้ว่าเป็นการกระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามข้อเท็จจริงแห่งคดีนี้
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา
- มาตรา 80 พยายามกระทำความผิด
- มาตรา 289 (4) ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
ฎีกาย่อ
พฤติการณ์ที่จำเลยทั้งสองขับรถจักรยานยนต์และนั่งซ้อนท้ายมาด้วยกัน และนำเอาอาวุธปืนที่มีอานุภาพร้ายแรงติดตัวมาโดยมีจุดประสงค์เพื่อไปใช้ยิงบ้านที่เกิดเหตุตามที่จำเลยทั้งสองได้รับคำสั่งมา เมื่อไปถึงบ้านที่เกิดเหตุจำเลยที่ 1 จอดรถจักรยานยนต์ จากนั้นจำเลยที่ 2 ใช้อาวุธปืนยิงกราดเข้าไปในบ้านที่เกิดเหตุซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยประจำของผู้เสียหายทั้งสองกับบุตรอย่างน้อย 5 นัด กระสุนถูกผนังบ้านทะลุเข้าไปในตัวบ้านและอยู่ในระดับคอคน จำเลยทั้งสองย่อมเล็งเห็นผลได้ว่ากระสุนปืนที่ยิงอาจถูกผู้เสียหายทั้งสองหรือบุคคลอื่นภายในบ้านได้ แม้กระสุนปืนจะไม่ถูกผู้ใดเนื่องจากผู้เสียหายทั้งสองออกไปกรีดยางและได้นำบุตรชายไปฝากญาติไว้ ขณะเกิดเหตุจึงไม่มีผู้ใดอยู่ในบ้าน กรณีจึงเป็นเรื่องบังเอิญ การกระทำของจำเลยทั้งสองถือได้ว่ามีความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นแล้ว และการที่จำเลยทั้งสองร่วมกันกับพวกมีการวางแผนไว้ล่วงหน้าด้วยการตระเตรียมจัดหารถจักรยานยนต์และอาวุธปืนเพื่อนำไปใช้ยิงบ้านที่เกิดเหตุ โดยมีการนัดให้จำเลยทั้งสองไปเอาอาวุธปืนยังสถานที่ซ่อนไว้เป็นขั้นเป็นตอน ย่อมถือว่าเป็นการกระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เมื่อผู้เสียหายทั้งสองไม่ถึงแก่ความตาย จำเลยทั้งสองกับพวกจึงมีความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตาม ป.อ. มาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 80
จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พนักงานสอบสวนมิได้สอบถามจำเลยที่ 1 เกี่ยวกับความต้องการทนายความหรือไม่ จึงมิได้ปฏิบัติตาม ป.วิ.อ. มาตรา 134/1 เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 แม้จะมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ก็ยกขึ้นฎีกาได้
เมื่อความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนมีระวางโทษสูงสุดเพียงจำคุกตลอดชีวิต และปรากฏตามบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนว่า พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาและแจ้งสิทธิของผู้ต้องหาให้จำเลยที่ 1 ทราบ และสอบถามเรื่องทนายความหรือผู้ที่จำเลยที่ 1 ไว้วางใจเข้ารับฟังการสอบสวนแล้ว แต่จำเลยที่ 1 ให้การว่าไม่มีและไม่ต้องการทนายความ และไม่ประสงค์ให้ผู้อื่นใดร่วมฟังการสอบสวน แสดงว่าพนักงานสอบสวนได้แจ้งสิทธิตามกฎหมายให้จำเลยที่ 1 ทราบแล้ว แต่จำเลยที่ 1 สละสิทธิในการมีทนายความ เมื่อคดีนี้มีเพียงอัตราโทษจำคุก ไม่ใช่มีอัตราโทษประหารชีวิต กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะต้องจัดทนายความให้แก่จำเลยที่ 1 ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 134/1 วรรคสอง พนักงานสอบสวนจึงทำการสอบสวนจำเลยที่ 1 โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว
อ้างอิง และ คำค้น
อ้างอิง: คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1672/2569
แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
คำค้น: ฎีกาที่ 1672/2569, ยิงบ้านไม่มีคนอยู่, ยิงปืนเข้าไปในบ้าน, พยายามฆ่า, พยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, เล็งเห็นผล, ไตร่ตรองไว้ก่อน, มาตรา 289 (4), มาตรา 80, มาตรา 134/1, สิทธิทนายความชั้นสอบสวน