คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12017/2557
คำว่า “ทำต่อบุคคลอื่น” ตามมาตรา 420 รวมถึงการงดเว้นไม่กระทำหรือไม่?
📌 สรุปคำพิพากษา
คำว่า “ทำต่อบุคคลอื่น” ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 หมายถึงการทำหรือการกระทำต่อสิทธิของบุคคลอื่น และ รวมถึงการงดเว้นไม่กระทำในกรณีที่มีหน้าที่ต้องกระทำด้วย
ศาลฎีกาวางหลักว่า หน้าที่ดังกล่าวรวมถึง
- หน้าที่ตามสัญญา
- หน้าที่เกิดจากความสัมพันธ์
- หน้าที่ตามกฎหมาย
ดังนั้น การจะถือว่า “การไม่ทำ” เป็นการทำละเมิดตามมาตรา 420 ต้องตรวจสอบก่อนว่า ผู้ถูกกล่าวหาว่าทำละเมิด มีหน้าที่ต้องกระทำหรือไม่
⚖️ เรื่อง
ละเมิด — ความหมายของคำว่า “ทำต่อบุคคลอื่น” — การงดเว้นไม่กระทำ — หน้าที่ต้องกระทำ
กฎหมายที่ศาลวินิจฉัยหลักคือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420
❓ ประเด็นสำคัญ
จำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการที่เกิดเหตุ จะต้องรับผิดกรณีรถที่โจทก์รับประกันภัยสูญหายในโครงการ อันเป็นการทำละเมิดตามมาตรา 420 หรือไม่
โดยเฉพาะว่า การงดเว้นไม่ดูแลรักษาความปลอดภัยจะถือเป็นการ “ทำต่อบุคคลอื่น” ได้หรือไม่ และจำเลยที่ 4 มีหน้าที่ต้องกระทำดังกล่าวหรือไม่
📖 ข้อเท็จจริง
รถซึ่งโจทก์รับประกันภัยสูญหายในโครงการที่จำเลยที่ 4 เป็นเจ้าของ
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้จำเลยทั้งสี่ชำระเงิน 327,232 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามที่ขอ
จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การ ส่วนจำเลยที่ 4 ให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันรับผิด ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน และจำเลยที่ 4 ฎีกา โดยในชั้นฎีกามีปัญหาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 4 ต้องร่วมรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์หรือไม่
👨⚖️ คำวินิจฉัยศาลฎีกา
1. “ทำต่อบุคคลอื่น” รวมถึงการงดเว้น
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
“ที่ว่าทำต่อบุคคลอื่น หมายถึง ทำหรือการกระทำต่อสิทธิของบุคคลอื่น ซึ่งรวมถึงการงดเว้นไม่กระทำกรณีมีหน้าที่ต้องกระทำด้วย”
และหน้าที่ดังกล่าวรวมถึง
หน้าที่ตามสัญญา หน้าที่เกิดจากความสัมพันธ์ และหน้าที่ตามกฎหมาย
จึงไม่ใช่ว่าการงดเว้นทุกกรณีจะเป็นละเมิด แต่ต้องมี “หน้าที่ต้องกระทำ” เสียก่อน
2. หน้าที่ตามสัญญา
สัญญาจ้างเหมาดูแลรักษาความปลอดภัยเป็นสัญญาระหว่างจำเลยที่ 4 กับจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นบริษัทรักษาความปลอดภัย
เมื่อพิจารณาขอบเขตสัญญา ศาลเห็นว่าเป็นการจ้างให้ดูแลรักษาความปลอดภัยแก่ ทรัพย์สินของจำเลยที่ 4 เท่านั้น ไม่ได้จ้างให้ดูแลรักษาความปลอดภัยแก่ทรัพย์สินของผู้พักอาศัยหรือผู้เช่าห้องพักในโครงการ
จำเลยที่ 4 จึง ไม่มีหน้าที่ตามสัญญา ที่จะต้องดูแลรักษาความปลอดภัยแก่ทรัพย์สินของผู้เช่าห้องในโครงการ
3. หน้าที่เกิดจากความสัมพันธ์
ศาลพิจารณาทางปฏิบัติของจำเลยที่ 4 โดยระบุว่า ไม่ได้จัดให้มีการตรวจรถที่แล่นเข้าออกโครงการ และไม่ได้จัดให้มีการแลกบัตรหรือแจกบัตรแก่ผู้ขับรถเข้าออกโครงการ
หมายเหตุในการอ่านคำพิพากษา: ต้นฉบับช่วงนี้ใช้ถ้อยคำว่า “อันอาจทำให้เห็นเป็นปริยาย...” ก่อนกล่าวถึงการมีหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัย แต่ต่อมาคำพิพากษากลับสรุปว่า “เมื่อจำเลยที่ 4 ไม่มีหน้าที่ดังกล่าว” จึงมีความไม่สอดคล้องกันภายในถ้อยคำของต้นฉบับ ผู้เขียนจึงคงสาระตามต้นฉบับและไม่แก้หรือตีความข้อความส่วนนี้เพิ่มเติม
4. หน้าที่ตามกฎหมาย
ศาลพิจารณา ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 4 เช่าทรัพย์ มาตรา 546 ถึงมาตรา 551
เห็นว่า บทบัญญัติดังกล่าวไม่ได้บัญญัติให้จำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นผู้ให้เช่า มีหน้าที่ต้องรับผิดเพื่อความสูญหายอันเกิดแก่ทรัพย์สินของผู้เช่า
⚖️ ผลการวินิจฉัย
เมื่อจำเลยที่ 4 ไม่มีหน้าที่ดังกล่าว จึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยที่ 4 ผู้ให้เช่าประมาทเลินเล่อทำต่อผู้เช่าห้องในโครงการโดยผิดกฎหมาย ให้ผู้เช่าเสียหายแก่รถที่โจทก์รับประกันภัย อันจะเป็นการทำละเมิด
จำเลยที่ 4 จึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เช่า รวมทั้งโจทก์ผู้รับประกันภัย และโจทก์ ไม่อาจรับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยมาฟ้องจำเลยที่ 4 ได้
✅ ผลคดี
ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ 4 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ และกรณีเป็นมูลความแห่งคดีเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ จึงให้ผลถึงจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ซึ่งไม่ได้ฎีกาด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 245 (1) ประกอบมาตรา 247
ศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
📝 ฎีกาย่อ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12017/2557
จำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการที่เกิดเหตุที่รถซึ่งโจทก์รับประกันภัยสูญหาย จะต้องรับผิดก็ต่อเมื่อได้ความว่าจำเลยที่ 4 ประมาทเลินเล่อทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย ให้เขาเสียหายแก่ทรัพย์สิน อันเป็นการทำละเมิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 420
ที่ว่าทำต่อบุคคลอื่น หมายถึงทำหรือการกระทำต่อสิทธิของบุคคลอื่น ซึ่งรวมถึงการงดเว้นไม่กระทำกรณีมีหน้าที่ต้องกระทำด้วย โดยหน้าที่ดังกล่าวรวมถึงหน้าที่ตามสัญญา หน้าที่เกิดจากความสัมพันธ์ และหน้าที่ตามกฎหมาย
สำหรับหน้าที่ตามสัญญา สัญญาจ้างเหมาดูแลรักษาความปลอดภัยเป็นการจ้างให้ดูแลรักษาความปลอดภัยแก่ทรัพย์สินของจำเลยที่ 4 เท่านั้น ไม่ได้จ้างให้ดูแลรักษาความปลอดภัยแก่ทรัพย์สินของผู้พักอาศัยหรือผู้เช่าห้องพักในโครงการ จำเลยที่ 4 จึงไม่มีหน้าที่ตามสัญญาที่จะต้องดูแลรักษาความปลอดภัยแก่ทรัพย์สินของผู้เช่าห้อง
ส่วนหน้าที่ตามกฎหมาย ป.พ.พ. บรรพ 3 ลักษณะ 4 เช่าทรัพย์ มาตรา 546 ถึงมาตรา 551 ไม่ได้บัญญัติให้จำเลยที่ 4 ผู้ให้เช่ามีหน้าที่ต้องรับผิดเพื่อความสูญหายอันเกิดแก่ทรัพย์สินของผู้เช่า ดังนั้น เมื่อจำเลยที่ 4 ไม่มีหน้าที่ดังกล่าว ย่อมไม่อาจถือได้ว่าจำเลยที่ 4 ประมาทเลินเล่อทำต่อผู้เช่าห้องโดยผิดกฎหมาย อันจะเป็นการทำละเมิด จำเลยที่ 4 จึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน และโจทก์ไม่อาจรับช่วงสิทธิมาฟ้องจำเลยที่ 4 ได้
หมายเหตุ: ส่วน “หน้าที่เกิดจากความสัมพันธ์” ในต้นฉบับมีถ้อยคำที่ไม่สอดคล้องกับข้อสรุปท้ายคำพิพากษาตามที่กล่าวไว้ข้างต้น จึงไม่ปรับแก้ถ้อยคำหรือสร้างข้อสรุปเพิ่มเติมจากต้นฉบับ
💡 สรุปหลักกฎหมาย
หลักสำคัญของฎีกาที่ 12017/2557 คือ การ “ทำต่อบุคคลอื่น” ตามมาตรา 420 ไม่ได้จำกัดเฉพาะการลงมือกระทำ แต่รวมถึงการงดเว้นไม่กระทำได้ด้วย หากบุคคลนั้นมีหน้าที่ต้องกระทำ
หน้าที่ต้องกระทำอาจเกิดจาก
สัญญา → ความสัมพันธ์ → กฎหมาย
ดังนั้น เมื่อพิจารณาความรับผิดฐานละเมิดจาก การงดเว้น จุดแรกที่ต้องวินิจฉัยคือ มีหน้าที่ต้องกระทำหรือไม่ หากไม่มีหน้าที่ดังกล่าว การงดเว้นนั้นย่อมไม่เข้าเงื่อนไขตามหลักที่ศาลฎีกาวางไว้ในคดีนี้
📚 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 — ละเมิด
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 546 ถึงมาตรา 551 — เช่าทรัพย์ ซึ่งศาลนำมาตรวจสอบฐานหน้าที่ตามกฎหมาย
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 245 (1) ประกอบมาตรา 247 — ผลของคำพิพากษาที่มีถึงจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ซึ่งไม่ได้ฎีกา