สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7635/2568
เรื่อง: อาญา ข่มขืนกระทำชำเรา พรากผู้เยาว์
ประเด็นข้อกฎหมาย:
- จำเลยทั้ง 4 มีความผิดฐานร่วมกันผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกระทำชำเราโจทก์ร่วมที่ 1 อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงหรือไม่
- จำเลยทั้ง 4 มีความผิดฐานร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปีแต่ยังไม่เกิน 18 ปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลโดยผู้เยาว์นั้นไม่เต็มใจไปด้วยเพื่อการอนาจารหรือไม่
ข้อเท็จจริง:
จำเลยที่ 1 ชักชวนโจทก์ร่วมที่ 1 (อายุ 16 ปีเศษ) ไปที่บ้านของจำเลยที่ 4 ซึ่งมีจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 นั่งดื่มสุรากันอยู่ก่อนแล้ว จากนั้นจำเลยที่ 1 พาโจทก์ร่วมที่ 1 ออกไปซื้อน้ำแข็งและข่มขืนกระทำชำเราในระหว่างเดินทางกลับ เมื่อกลับมาถึงบ้าน จำเลยที่ 1 พาโจทก์ร่วมที่ 1 เข้าไปข่มขืนกระทำชำเราในห้องที่เกิดเหตุอีก 1 ครั้งจนสำเร็จความใคร่ เมื่อจำเลยที่ 1 ออกไป จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ได้ผลัดเปลี่ยนเข้าไปข่มขืนกระทำชำเราโจทก์ร่วมที่ 1 ในลักษณะต่อเนื่องกันจนสำเร็จความใคร่คนละ 1 ครั้ง โดยที่โจทก์ร่วมที่ 1 อยู่ในอาการเมาสุรา ไม่มีแรงต่อสู้ขัดขืน และไม่ยินยอม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7635/2568 วินิจฉัยว่า:
"การที่จำเลยทั้ง 4 เข้าไปกระทำชำเราโจทก์ร่วมที่ 1 ในลักษณะต่อเนื่องกันไป ในเวลาใกล้ชิดติดต่อกัน ในสถานที่เดียวกันย่อมต้องรู้กันและตกลงกันในหมู่เพื่อนที่ร่วมดื่มสุราด้วยกันว่าผู้ใดก่อนหลังไม่ให้โจทก์ร่วมที่ 1 มีโอกาสตั้งตัวเพื่อหลบหนีหรือขัดขืนได้ จำเลยแต่ละคนเดินสวนเข้าไปกระทำชำเราโจทก์ร่วมที่ 1 ในเวลาไม่นานหลังจากจำเลยคนก่อนกระทำชำเราเสร็จ แม้จะไม่มีจำเลยคนใดเข้าไปช่วยกันจับตัวหรืออยู่ด้วยในเวลาที่มีการกระทำชำเราของจำเลยแต่ละคน... พฤติการณ์ดังกล่าวรับฟังได้ว่า จำเลยทั้ง 4 มีเจตนาร่วมกันผลัดเปลี่ยนกระทำชำเราโจทก์ร่วมที่ 1 มาแต่ต้น"
"ความผิดฐานพรากผู้เยาว์... กฎหมายมุ่งคุ้มครองอำนาจปกครองของบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลนั่นเอง มิใช่ตัวผู้เยาว์ผู้ถูกพราก ทั้งนี้เพื่อมิให้ผู้ใดมาก่อการรบกวนหรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการกระทบกระทั่งต่ออำนาจปกครองไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยปริยาย... การที่จำเลยที่ 1 พาโจทก์ร่วมที่ 1 ไปที่บ้านของจำเลยที่ 4 จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 นั่งดื่มสุรากันอยู่ที่แคร่หน้าบ้านของจำเลยที่ 4 ก่อนแล้ว จากนั้นจำเลยที่ 1 พาโจทก์ร่วมที่ 1 ออกไปซื้อน้ำแข็งในระหว่างเดินทางกลับจำเลยที่ 1 ข่มขืนกระทำชำเราโจทก์ร่วมที่ 1 เมื่อกลับมาถึงบ้าน จำเลยที่ 1 พาโจทก์ร่วมที่ 1 เข้าไปกระทำชำเราในห้องที่เกิดเหตุแล้ว จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 เข้าไปกระทำชำเราโจทก์ร่วมที่ 1 ต่อเนื่องกันโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือความยินยอมจากบิดามารดาของโจทก์ร่วมที่ 1 ย่อมทำให้อำนาจปกครองดูแลบุตรผู้เยาว์ของบิดามารดาที่มีต่อโจทก์ร่วมที่ 1 ย่อมถูกพรากจากไปโดยปริยายโดยปราศจากเหตุอันสมควร จำเลยทั้ง 4 จึงมีความผิดฐานร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปีแต่ยังไม่เกิน 18 ปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลโดยผู้เยาว์นั้นไม่เต็มใจไปด้วยเพื่อการอนาจารตามฟ้อง"
สรุป:
การเดินสวนเข้าไปชำเราต่อเนื่องกัน แม้ไม่มีผู้ใดช่วยจับตัวขณะกระทำ ถือว่ามีเจตนาร่วมกันโทรมหญิง
การกระทำดังกล่าวโดยบิดามารดาไม่ยินยอม ย่อมทำให้อำนาจปกครองถูกพรากจากไปโดยปริยายและปราศจากเหตุสมควร
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 276 วรรคสาม, 318 วรรคสาม