สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2592/2561
เรื่อง
การแบ่งปันทรัพย์มรดก การปฏิบัติหน้าที่ของผู้จัดการมรดกหลายคน และการถอนผู้จัดการมรดก
ประเด็นข้อกฎหมาย
การที่ผู้จัดการมรดกร่วมซึ่งเป็นทายาทไม่ยอมลงลายมือชื่อแบ่งที่ดินมรดก เพราะไม่เห็นด้วยกับวิธีแบ่งที่กระทบสิทธิของตน และไม่ร่วมยื่นคำคัดค้านในคดีที่บุคคลภายนอกร้องขอกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ จะถือว่าเป็นการละเลยไม่ทำการตามหน้าที่ จนมีเหตุให้ถอนออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่
ข้อเท็จจริง
เจ้ามรดกมีทายาทหลายคนและมีที่ดินเป็นทรัพย์มรดก ต่อมาศาลมีคำสั่งแต่งตั้งผู้ร้องทั้งสองกับผู้คัดค้านที่ 3 เป็นผู้จัดการมรดกร่วมกัน รวม 3 คน
ผู้ร้องทั้งสองและทายาทฝ่ายอื่นต้องการแบ่งที่ดินมรดกออกเป็นแนวยาวหลายส่วนในลักษณะ “เส้นก๋วยเตี๋ยว” เพื่อให้ทายาทได้รับที่ดินคนละส่วน
แต่ผู้คัดค้านที่ 3 ซึ่งเป็นทั้งทายาทและผู้จัดการมรดกร่วมไม่เห็นด้วยกับวิธีแบ่งดังกล่าว โดยเห็นว่าหากแบ่งตามแนวที่ผู้ร้องทั้งสองเสนอ ฝ่ายของผู้คัดค้านที่ 3 จะได้รับส่วนแบ่งฝั่งที่ติดทางทิศใต้ของที่ดินตลอดแนว และจะกระทบต่อบ้านของบุคคลในครอบครัวที่ปลูกสร้างอยู่ในบริเวณนั้น จึงไม่ยอมลงลายมือชื่อแบ่งที่ดินมรดก
ผู้ร้องทั้งสองเห็นว่า การที่ผู้คัดค้านที่ 3 ไม่ยอมลงลายมือชื่อทำให้ไม่สามารถจดทะเบียนแบ่งที่ดินมรดกให้แก่ทายาทได้ จึงกล่าวอ้างว่าผู้คัดค้านที่ 3 ไม่ให้ความร่วมมือและละเลยหน้าที่ผู้จัดการมรดก
นอกจากนี้ ยังมีบุคคลภายนอกยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินมรดกเฉพาะส่วนโดยการครอบครองปรปักษ์ ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำคัดค้าน แต่ผู้คัดค้านที่ 3 ไม่ร่วมยื่นคำคัดค้าน เพราะมีความเห็นว่าบุคคลภายนอกครอบครองที่ดินดังกล่าวอย่างเปิดเผยในฐานะเจ้าของมานานแล้ว
ผู้ร้องทั้งสองจึงยื่นคำร้องขอให้ศาลถอนผู้คัดค้านที่ 3 ออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกร่วม โดยอ้างว่าไม่ปฏิบัติหน้าที่และทำให้กองมรดกเสื่อมประโยชน์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2592/2561 วินิจฉัยว่า
ศาลฎีกาเห็นว่า พยานหลักฐานของผู้คัดค้านที่ 3 มีน้ำหนักมากกว่าพยานหลักฐานของผู้ร้องทั้งสอง
สาเหตุที่ผู้คัดค้านที่ 3 ไม่ยอมลงลายมือชื่อแบ่งที่ดินมรดกให้แก่ทายาท เกิดจากมีความเห็นไม่ตรงกับฝ่ายผู้ร้องทั้งสองเกี่ยวกับวิธีแบ่งที่ดิน มิใช่เพราะผู้คัดค้านที่ 3 ไม่ประสงค์จะทำหน้าที่ผู้จัดการมรดก
ผู้คัดค้านที่ 3 ไม่ประสงค์จะได้รับส่วนแบ่งที่ดินมรดกในลักษณะเส้นก๋วยเตี๋ยวฝั่งที่ติดทางทิศใต้ของที่ดินตลอดแนว เพราะจะกระทบบ้านของบุคคลภายนอก อันเป็นสิทธิโดยชอบของผู้คัดค้านที่ 3 ในฐานะทายาท
ศาลฎีกาวางหลักว่า
“การแบ่งปันทรัพย์มรดกต้องกระทำด้วยความสมัครใจของทายาททุกคน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1750”
การที่ผู้คัดค้านที่ 3 ไม่ยอมลงลายมือชื่อในวิธีแบ่งที่ตนไม่สมัครใจ จึงไม่ถือว่าเป็นการละเลยหน้าที่ผู้จัดการมรดก
นอกจากนี้ ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ร้องทั้งสองและผู้คัดค้านที่ 3 ได้ดำเนินการจดทะเบียนเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินมรดก แสดงให้เห็นว่าผู้คัดค้านที่ 3 ยังประสงค์ทำหน้าที่ผู้จัดการมรดกร่วมเพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทอยู่ มิได้ละเลยการทำหน้าที่ผู้จัดการมรดกร่วม
สำหรับกรณีบุคคลภายนอกยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินมรดกโดยการครอบครองปรปักษ์นั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1726 บัญญัติว่า หากมีผู้จัดการมรดกหลายคน การทำการตามหน้าที่ของผู้จัดการมรดกให้ถือเอาเสียงข้างมาก เว้นแต่พินัยกรรมจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
เมื่อผู้ร้องทั้งสองซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกฝ่ายเสียงข้างมากได้ร่วมกันยื่นคำคัดค้านแล้ว ย่อมถือว่าได้ดำเนินการจัดการมรดกโดยเสียงข้างมากโดยชอบ
ส่วนผู้คัดค้านที่ 3 มีความเห็นแตกต่างจากผู้ร้องทั้งสองจึงไม่ร่วมยื่นคำคัดค้าน และมิได้เข้าเป็นพยานช่วยเหลือบุคคลภายนอกในคดีดังกล่าว จึงไม่ถือว่าผู้คัดค้านที่ 3 ละเลยไม่ทำการตามหน้าที่ผู้จัดการมรดก
ผลคดี
ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้บังคับคดีตามคำสั่งศาลชั้นต้น คือ
ยกคำร้องขอถอนผู้คัดค้านที่ 3 ออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกร่วม
ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
สรุป
การแบ่งปันทรัพย์มรดกโดยความตกลงระหว่างทายาท ไม่ว่าจะกำหนดวิธีแบ่งอย่างไร ต้องเกิดจากความสมัครใจของทายาททุกคน
แม้ผู้จัดการมรดกหลายคนจะดำเนินการตามเสียงข้างมากได้ตามมาตรา 1726 แต่เสียงข้างมากดังกล่าวไม่อาจนำมาใช้บังคับทายาทให้ยอมรับวิธีแบ่งทรัพย์มรดกที่ตนไม่สมัครใจได้
การที่ทายาทซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกร่วมไม่ยอมลงลายมือชื่อ เพราะเห็นว่าวิธีแบ่งกระทบสิทธิของตน จึงไม่ถือว่าเป็นการละเลยหน้าที่ และไม่เป็นเหตุให้ถอนออกจากการเป็นผู้จัดการมรดก
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1726
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1750
ฎีกาย่อ
ผู้คัดค้านที่ 3 ไม่ยอมลงลายมือชื่อแบ่งที่ดินมรดกให้แก่ทายาท เพราะมีความเห็นไม่ตรงกับผู้ร้องทั้งสอง โดยไม่ประสงค์จะได้รับส่วนแบ่งที่ดินมรดกในลักษณะเส้นก๋วยเตี๋ยวฝั่งที่ติดทางทิศใต้ของที่ดินตลอดแนว เพราะจะกระทบบ้านของบุคคลภายนอก อันเป็นสิทธิโดยชอบของผู้คัดค้านที่ 3 ในฐานะทายาท เนื่องจากการแบ่งปันทรัพย์มรดกต้องกระทำด้วยความสมัครใจของทายาททุกคนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1750 และข้อเท็จจริงยังแสดงว่าผู้คัดค้านที่ 3 ประสงค์ทำหน้าที่ผู้จัดการมรดกร่วมอยู่ มิได้ละเลยการทำหน้าที่ ส่วนกรณีคดีครอบครองปรปักษ์ เมื่อผู้ร้องทั้งสองซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกฝ่ายเสียงข้างมากได้ยื่นคำคัดค้านแล้ว ย่อมเป็นการจัดการมรดกโดยเสียงข้างมากตามมาตรา 1726 การที่ผู้คัดค้านที่ 3 มีความเห็นแตกต่าง ไม่ร่วมยื่นคำคัดค้าน และมิได้เข้าเป็นพยานช่วยเหลือบุคคลภายนอก จึงไม่ถือว่าละเลยหน้าที่ ศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขอถอนผู้คัดค้านที่ 3 ออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกร่วม
อ้างอิง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2592/2561
คำค้นที่เกี่ยวข้อง
การแบ่งปันทรัพย์มรดก, ทายาทไม่ยอมแบ่งมรดก, ผู้จัดการมรดกร่วม, ถอนผู้จัดการมรดก, แบ่งที่ดินมรดก, การแบ่งมรดกโดยความตกลง, มาตรา 1726, มาตรา 1750, ฎีกาที่ 2592/2561