ฎีกาที่ 97/2569

สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 97/2569

เรื่อง
กรรมสิทธิ์รวม
กรณีทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันก่อนจดทะเบียนสมรส

ประเด็นข้อกฎหมาย

ที่ดินที่ได้มาจากมูลหนี้ ซึ่งเกิดจากการประกอบธุรกิจร่วมกัน ในระหว่างชายหญิงอยู่กินฉันสามีภริยา แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ภายหลังเมื่อฝ่ายหนึ่งได้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน จากมูลหนี้ดังกล่าว ที่ดินนั้นจะเป็น สินสมรส หรือเป็น กรรมสิทธิ์รวม ของชายหญิงทั้งสองฝ่าย

ข้อเท็จจริงที่ศาลฎีการับฟัง

โจทก์และจำเลยอยู่กินฉันสามีภริยากัน ตั้งแต่ปี 2526 ต่อมาวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2540 โจทก์และจำเลยจดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย และวันที่ 2 สิงหาคม 2544 โจทก์และจำเลยจดทะเบียนหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยา

ระหว่างอยู่กินฉันสามีภริยา โจทก์และจำเลยร่วมกันประกอบอาชีพ ให้กู้ยืมเงิน ซื้อที่ดิน รับจำนอง รวมทั้งเป็นนายหน้าขายที่ดิน

ต่อมาในปี 2538 และ 2539 จำเลยทำสัญญาให้ลูกหนี้กู้ยืมเงิน และจดทะเบียนรับจำนองที่ดิน โฉนดเลขที่ 40379 และ 20884 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่โจทก์อยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลย และเป็นช่วงเวลาก่อนจดทะเบียนสมรส โดยจำเลยไม่ได้นำสืบให้รับฟังได้ว่า จำเลยใช้เงินของตนเอง ในการทำสัญญาดังกล่าว

ศาลฎีกาจึงรับฟังว่า จำเลยทำสัญญาให้กู้ยืมเงิน และจดทะเบียนรับจำนองที่ดินทั้งสองแปลง เพราะประกอบธุรกิจร่วมกับโจทก์ โดยโจทก์และจำเลยต่างมีส่วนร่วมกัน ในการทำมาหาได้มาด้วยกัน แม้จะปรากฏชื่อจำเลย เป็นคู่สัญญาเพียงคนเดียว ก็เป็นกรณีที่จำเลย กระทำแทนโจทก์ด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 97/2569 วินิจฉัยว่า

การที่จำเลยได้รับโอนกรรมสิทธิ์ ที่ดินโฉนดเลขที่ 40379 และ 20884 จากมูลหนี้ตามสัญญา ที่จำเลยทำจากการร่วมทำมาหาได้กับโจทก์ จึงเป็นทรัพย์สินที่โจทก์และจำเลย ทำมาหาได้ร่วมกัน ระหว่างอยู่กินฉันสามีภริยา

ศาลฎีการับฟังได้ว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 40379 และ 20884 เป็น กรรมสิทธิ์รวมของโจทก์และจำเลย โดยโจทก์และจำเลย ต่างมีสิทธิในที่ดินเท่า ๆ กัน คนละกึ่งหนึ่ง

ทั้งนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ชัดเจนว่า

“แม้โจทก์และจำเลยจะได้จดทะเบียนสมรสกันในภายหลัง ก็ไม่มีผลทำให้ทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างที่อยู่กินฉันสามีภริยา เป็นสินสมรสแต่อย่างใด”

ดังนั้น ที่ดินโฉนดเลขที่ 40379 และ 20884 จึง มิใช่สินสมรส

สรุป

ทรัพย์สินที่ชายหญิงทำมาหาได้ร่วมกัน ในระหว่างอยู่กินฉันสามีภริยา ก่อนจดทะเบียนสมรส หากภายหลังฝ่ายหนึ่งได้รับโอนกรรมสิทธิ์ จากมูลหนี้ที่เกิดจากธุรกิจที่ทำร่วมกัน ทรัพย์สินนั้นเป็น กรรมสิทธิ์รวม ไม่ใช่สินสมรส การจดทะเบียนสมรสกันในภายหลัง ไม่มีผลทำให้ทรัพย์สินที่ได้มาก่อนสมรส กลายเป็นสินสมรส

ผลคดี

ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย กับคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ที่วินิจฉัยว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 40379 และ 20884 เป็นสินส่วนตัวของจำเลย ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยดำเนินการจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์ ในที่ดินโฉนดเลขที่ 40379 และ 20884 กึ่งหนึ่ง หากจำเลยไม่ดำเนินการ ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 1363
มาตรา 1474

คำค้นที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 97/2569, ฎีกาที่ 97/2569, กรรมสิทธิ์รวม, สินสมรส, ทรัพย์สินก่อนสมรส, อยู่กินฉันสามีภริยา, ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน, จดทะเบียนสมรสภายหลัง, ที่ดินเป็นสินสมรสหรือไม่, กรรมสิทธิ์รวมของสามีภริยา, ป.พ.พ. มาตรา 1363, ป.พ.พ. มาตรา 1474, กฎหมายครอบครัว, ฎีกาศึกษา

#ฎีกาศึกษา #ทนายความ

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า