⚖️📘 สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1612/2552
เรื่อง
การเข้ามาทางด้านหลังแล้ว “จูบศีรษะ” โดยผู้ถูกกระทำ “ไม่ยินยอม” เป็นการกระทำอนาจารโดยผู้ถูกกระทำ “อยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้” หรือไม่
ประเด็นข้อกฎหมาย
แม้พยานหลักฐานจะฟังไม่ได้ว่า จำเลย “ใช้มือจับศีรษะโจทก์ร่วมดังฟ้อง” แต่การที่จำเลยเข้ามาทางด้านหลังแล้ว “จูบศีรษะโจทก์ร่วมโดยโจทก์ร่วมไม่ยินยอม” จะถือว่าเป็นการกระทำอนาจารโดยโจทก์ร่วม “อยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 หรือไม่
ข้อเท็จจริง
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 โดยกล่าวหาว่า จำเลยกระทำอนาจารโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิด ลงโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 4,000 บาท และรอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ต่อมาจำเลยฎีกาว่า พยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำอนาจารโดย “ใช้กำลังประทุษร้ายแก่กายโจทก์ร่วมโดยใช้มือจับศีรษะโจทก์ร่วมดังฟ้อง” จึงขาดองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 278
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1612/2552 วินิจฉัยว่า
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 บัญญัติว่า ผู้ใดกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้บุคคลนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น
“การที่จำเลยเข้ามาทางด้านหลังแล้วจูบศีรษะโจทก์ร่วมโดยโจทก์ร่วมไม่ยินยอม ถือได้ว่าโจทก์ร่วมถูกจำเลยกระทำอนาจารโดยโจทก์ร่วมอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ จึงครบองค์ประกอบความผิดตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว”
สรุป
การที่จำเลยเข้ามาทางด้านหลังแล้ว “จูบศีรษะ” โจทก์ร่วมโดยโจทก์ร่วม “ไม่ยินยอม” ถือได้ว่าโจทก์ร่วมถูกกระทำอนาจารโดย “อยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้” จึงครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278
ผลคดี
ศาลฎีกา “พิพากษายืน”
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278