ผู้เอาประกันภัยเคยได้รับการตรวจสุขภาพและแพทย์ให้ข้อสังเกตว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง แต่ไม่แถลงข้อความจริงต่อผู้รับประกันภัย แม้มิได้รับยารักษา สัญญาประกันชีวิตตกเป็นโมฆียะหรือไม่
การที่ผู้เอาประกันภัย รู้อยู่แล้วว่าตนเคยได้รับการตรวจสุขภาพ และแพทย์ให้ข้อสังเกตว่าตนเป็นโรคความดันโลหิตสูง แต่ละเว้นไม่เปิดเผยข้อความจริงดังกล่าวแก่ผู้รับประกันภัย จะเป็นการ ปกปิดข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 865 วรรคหนึ่ง อันทำให้สัญญาประกันชีวิต ตกเป็นโมฆียะ หรือไม่
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 865 วรรคหนึ่ง
นาย ย. ทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัท อ. จำเลย โดยกำหนดให้โจทก์เป็นผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์
ต่อมานาย ย. ถึงแก่ความตายด้วย โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โจทก์จึงเรียกร้องให้จำเลยชำระค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันชีวิต
จำเลยปฏิเสธความรับผิดและบอกล้างสัญญา โดยอ้างว่าในขณะทำสัญญาประกันชีวิต นาย ย. ไม่บอกข้อความจริงดังกล่าวให้จำเลยทราบ กล่าวคือ เคยได้รับการตรวจสุขภาพและแพทย์ให้ข้อสังเกตว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง แต่ไม่ได้แถลงข้อความจริงดังกล่าวแก่จำเลย
ฝ่ายโจทก์อ้างว่า นาย ย. เพียงเข้ารับการตรวจสุขภาพตามสิทธิประโยชน์ ไม่ได้ไปรักษาโรคความดันโลหิตสูง และ ไม่ได้รับยาใด ๆ จากโรงพยาบาล จึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นการปกปิดข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญที่จะทำให้จำเลยมีสิทธิบอกล้างสัญญา
การที่ ย. รู้อยู่แล้วว่าตนเคยได้รับการตรวจสุขภาพ และแพทย์ ให้ข้อสังเกตว่าตนเป็นโรคความดันโลหิตสูงมาก่อนแล้ว แต่กลับ ละเว้นไม่เปิดเผยข้อความจริงนั้น แก่ผู้รับประกันภัย ย่อมเป็นการ ปกปิดข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ ในการทำสัญญาประกันภัย
ทั้งนี้ เพราะหาก ย. เปิดเผยข้อความจริงดังกล่าว จำเลยในฐานะผู้รับประกันภัย ย่อมจูงใจให้จำเลยเรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นหรือบอกปัดไม่ยอมทำสัญญา
ข้อเท็จจริงที่ว่า ย. จะได้รับการรักษาต่อไปตามคำแนะนำของแพทย์หรือไม่ จะเข้าพบแพทย์ด้วย สิทธิประโยชน์ทางใด หรือจะ ได้รับการจ่ายยาเพื่อรักษาโรคหรือไม่ รวมทั้ง แท้จริงแล้ว ย. จะป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือไม่ หาใช่สาระที่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไม่
เนื่องจากสาระสำคัญอยู่ที่ว่า เป็นเรื่องข้อมูลที่จำเลยได้รับขณะทำสัญญาประกันภัยไม่ถูกต้อง และเป็น ข้อสำคัญที่จำเลยจะปฏิเสธไม่รับประกันภัย หรือหากจำเลยต้องการรับประกันภัยตามคำขอเอาประกันภัย ก็ต้องสืบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไปว่าจำเลยควรจะเสี่ยงภัยรับประกันชีวิตผู้เอาประกันภัยหรือไม่
อีกทั้ง ข้อวินิจฉัยของแพทย์ก็เป็นการตั้งข้อสังเกตโดยแพทย์แล้วว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูงแล้ว ไม่ว่า ย. จะถึงแก่ความตายด้วยสาเหตุใด การที่ ย. ละเว้นไม่เปิดเผยข้อความดังกล่าว สัญญาประกันชีวิตตามฟ้องย่อม ตกเป็นโมฆียะ
ครั้นจำเลยได้ บอกล้างภายในกำหนดเวลาตามกฎหมายแล้ว ให้ถือว่าเป็นโมฆะมาแต่เริ่มแรก จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์
ผู้เอาประกันภัยซึ่ง รู้อยู่แล้วถึงข้อเท็จจริงที่ตนเคยได้รับการตรวจสุขภาพ และแพทย์ให้ข้อสังเกตว่าตนเป็นโรคความดันโลหิตสูง แต่ ไม่เปิดเผยข้อความจริงนั้น ย่อมเป็นการปกปิดข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญตาม ป.พ.พ. มาตรา 865 วรรคหนึ่ง อันทำให้สัญญาประกันชีวิต ตกเป็นโมฆียะ และเมื่อผู้รับประกันภัย บอกล้างภายในกำหนดเวลาตามกฎหมายแล้ว สัญญาย่อม เป็นโมฆะมาแต่เริ่มแรก แม้ผู้เอาประกันภัยจะยังมิได้รับยารักษา หรือยังมิได้เข้ารับการรักษาต่อเนื่องก็ตาม