ฎีกาที่ 1665/2567

#ฎีกาศึกษา #ทนายความ

สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1665/2567

เรื่อง

บุคคลภายนอกเข้ามาดูแลหญิงสูงอายุจนได้จดทะเบียนเป็นบุตรบุญธรรม ได้รับโอนที่ดินแล้วต่อมายังลักเงินฝากและด่าทอว่า “ไม่มีศีลธรรม ไม่ยุติธรรม... หน้าด้านหน้ามึนอยู่ทำไม” พร้อมไล่ออกจากบ้าน เช่นนี้เป็นเหตุให้ถอนคืนการให้เพราะประพฤติเนรคุณได้หรือไม่

ประเด็นข้อกฎหมาย

โจทก์มีสิทธิเรียกถอนคืนการให้ เพราะจำเลยประพฤติเนรคุณด้วยการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 531 (2) หรือไม่

ข้อเท็จจริง

โจทก์และน้องสาวเป็นหญิงสูงอายุ มีโรคประจำตัวและต้องการผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งยังมีทรัพย์สินและเงินฝากจำนวนหนึ่ง

จำเลยและครอบครัวมิได้เป็นเครือญาติกับโจทก์ แต่เข้ามาช่วยเหลือดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ จนต่อมาโจทก์จดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรม ทำพินัยกรรม และจดทะเบียนให้ที่ดินแก่จำเลยโดยเสน่หา 3 แปลง

ภายหลังปรากฏว่าเงินฝากของโจทก์ถูกถอนออกไปหลายครั้ง จนเหลือเงินในบัญชีเพียง 68.03 บาท

ต่อมาเมื่อโจทก์ทวงเงินและขอเงินเป็นค่ารักษาพยาบาลกับค่าอาหาร จำเลยกลับด่าทอโจทก์ว่า

“ไม่มีศีลธรรม ไม่ยุติธรรม ไม่รักลูก เงินแค่นี้ก็ทวง จะไปตายที่ไหนก็ไป หน้าด้านหน้ามึนอยู่ทำไม”

พร้อมทั้งไล่โจทก์ออกจากบ้าน

คำวินิจฉัยของศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยและครอบครัวเข้ามาดูแลโจทก์และน้องสาวเป็นพิเศษ ทั้งที่ไม่ได้เป็นเครือญาติกัน และโจทก์กับน้องสาวต่างเป็นหญิงสูงอายุที่มีทรัพย์สินและเงินฝากจำนวนมาก เป็นพฤติการณ์ที่น่าสงสัยว่ากระทำด้วยความสุจริตหรือไม่

เมื่อพิจารณาร่วมกับข้อเท็จจริงที่ว่า จำเลยได้รับประโยชน์จากทรัพย์สินของโจทก์ และต่อมายังเอาเงินฝากของโจทก์ไปจนเหลือเพียง 68.03 บาท จึงเห็นได้ว่าการกระทำของจำเลย แฝงไว้ด้วยเล่ห์เพทุบายในการหลอกล่อเอาทรัพย์สินของโจทก์ไปโดยทุจริต

ศาลรับฟังได้ว่า จำเลยด่าทอโจทก์ด้วยถ้อยคำตามที่กล่าวจริง และไล่โจทก์ออกจากบ้าน

เมื่อโจทก์จดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรม โจทก์ย่อมอยู่ในฐานะเสมือนมารดาของจำเลย จำเลยจึงต้องให้ความเคารพและยกย่องเชิดชูโจทก์

คำว่า “ไม่มีศีลธรรม ไม่ยุติธรรม” เป็นการกล่าวหาโจทก์ว่าไม่รู้จักชอบชั่วดี และไม่ให้ความเป็นธรรมแก่จำเลย อันทำให้โจทก์ถูกเกลียดชังและเสียชื่อเสียง

ส่วนคำว่า “หน้าด้านหน้ามึนอยู่ทำไม” เป็นถ้อยคำที่ไร้ความเคารพนับถือ ลบหลู่เหยียดหยาม และแสดงความอกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ

จึงถือได้ว่าเป็น การหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้โจทก์เรียกถอนคืนการให้ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 531 (2)

สรุป

หากผู้รับการให้ซึ่งอยู่ในฐานะบุตรบุญธรรม ด่าทอผู้ให้ซึ่งเปรียบเสมือนมารดาด้วยถ้อยคำที่ทำให้เสียชื่อเสียง ลบหลู่เหยียดหยาม และอกตัญญูอย่างร้ายแรง ย่อมเป็นการ ประพฤติเนรคุณ ผู้ให้จึงมีสิทธิฟ้อง ถอนคืนการให้ ทรัพย์สินที่เคยให้โดยเสน่หาได้ตามกฎหมาย

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า