และการรู้ข้อเท็จจริงอันทำให้ต้องรับโทษหนักขึ้น กรณีพยายามฆ่าบุพการี
การสำคัญผิดในตัวบุคคลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 61 จำเลยจะยกเป็นข้อแก้ตัวว่ามิได้กระทำโดยเจตนาหาได้ไม่ แต่การกระทำนั้นจำเลยมีเจตนาฆ่าบุพการีอันทำให้ต้องรับโทษหนักขึ้นหรือไม่ จำเลยจะต้องได้รู้ข้อเท็จจริงนั้นด้วยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 62 วรรคท้าย
ผู้เสียหายซึ่งเป็นมารดาของจำเลยพักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่97 กับนายพจน์ น้องชายต่างบิดาของจำเลย บ้านของผู้เสียหายอยู่ติดกับบ้านของจำเลยเลขที่ 97/3 ด้านที่ติดกันมีตาข่ายกรองแสงและประตูไม้กั้นเป็นแนวเขต ประตูไม้ดังกล่าวมีลักษณะเป็นแผ่นไม้หลายแผ่นประกอบกันในแนวตั้ง ระหว่างแผ่นมีช่องแคบ ๆ ทั้งสองฝ่ายมีเรื่องระหองระแหงทะเลาะกันเกี่ยวกับแนวเขตบ้าน
จำเลยบอกข้างบ้านให้เอากำแพงที่รุกล้ำออกและใช้เท้าถีบกำแพง ก่อนเดินเข้าไปในบ้านและใช้อาวุธปืนยิงใส่ประตูไม้ดังกล่าว 1 นัด กระสุนปืนทะลุประตูไม้เป็นรูไปถูกผู้เสียหายที่หน้าอกใต้ไหปลาร้าด้านขวา ขณะอยู่ในครัวกำลังจะหยิบจานข้าว จำเลยฎีกาว่า ไม่ทราบว่าเป็นใครเดินมา เห็นเพียงเงาตะคุ่ม คิดว่าเป็นนายพจน์ มิได้ทราบว่าเป็นผู้เสียหาย หากเป็นผู้เสียหายจะมีเสียงเอะอะดังมาก่อน
แม้การสำคัญผิดในตัวบุคคลที่กระทำตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 61 จำเลยจะยกเอาความสำคัญผิดเป็นข้อแก้ตัวว่ามิได้กระทำโดยเจตนาหาได้ไม่ก็ตาม ก็คงถือได้เพียงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายเท่านั้น แต่การกระทำนั้นจำเลยมีเจตนาฆ่าบุพการีอันทำให้ต้องรับโทษหนักขึ้นหรือไม่ จำเลยจะต้องได้รู้ข้อเท็จจริงนั้นด้วยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 62 วรรคท้าย
เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า บ้านของผู้เสียหายซึ่งเป็นมารดาของจำเลยคงมีผู้เสียหายกับนายพจน์อยู่ในบ้านด้วยกันเพียง2 คน การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงใส่ประตูไม้ที่ใช้กั้นแนวเขตระหว่างบ้านของผู้เสียหายกับบ้านของจำเลย แม้จะไม่เห็นตัวคน คงได้ยินแต่เสียงคนเดินมา แต่จำเลยย่อมเล็งเห็นผลได้ว่ากระสุนปืนนั้นอาจถูกผู้เสียหายได้ จึงต้องถือว่าจำเลยได้รู้ข้อเท็จจริงอันทำให้ต้องรับโทษหนักขึ้นแล้วตามมาตรา 62วรรคท้าย
ฉะนั้น เมื่อจำเลยไม่ใยดียังยิงปืนใส่ประตูไม้และกระสุนปืนนั้นทะลุไม้ไปถูกผู้เสียหายเข้า จำเลยย่อมมีความผิดฐาน พยายามฆ่าบุพการี มิใช่เพียงฐาน พยายามฆ่าบุคคลธรรมดา
ส่วนกล่องเก็บอาวุธปืนของกลาง ไม่ใช่ทรัพย์ที่มีไว้เป็นความผิด และไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 และมาตรา 33 จึงไม่อาจริบได้
การสำคัญผิดในตัวบุคคลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 61 ไม่เป็นเหตุให้จำเลยพ้นจากความรับผิดในส่วนของเจตนาฆ่า ส่วนการลงโทษหนักขึ้นฐานพยายามฆ่าบุพการี จำเลยจะต้องได้รู้ข้อเท็จจริงอันทำให้ต้องรับโทษหนักขึ้นด้วยตามมาตรา 62 วรรคท้าย
เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามพฤติการณ์แห่งคดี จึงต้องถือว่าจำเลยได้รู้ข้อเท็จจริงอันทำให้ต้องรับโทษหนักขึ้นแล้ว จำเลยจึงมีความผิดฐาน พยายามฆ่าบุพการี
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 61
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 62 วรรคท้าย
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (1)
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 และมาตรา 33
ป.อ. มาตรา 59 วรรคสอง, มาตรา 61, มาตรา 62, มาตรา 80, มาตรา 289 (1)
บ้านของผู้เสียหายมีผู้เสียหายกับ พ. อยู่บ้านเดียวกันเพียง 2 คน การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงใส่ประตูไม้ที่ใช้กั้นแนวเขตระหว่างบ้านของผู้เสียหายกับบ้านของจำเลย แม้จะไม่เห็นตัวคน คงได้ยินแต่เสียงคนเดินมา แต่จำเลยย่อมเล็งเห็นผลได้ว่ากระสุนปืนนั้นอาจถูกผู้เสียหายซึ่งเป็นมารดาได้ จึงต้องถือว่าจำเลยได้รู้ข้อเท็จจริงอันทำให้ต้องรับโทษหนักขึ้นแล้วตาม ป.อ. มาตรา 62 วรรคท้าย จำเลยย่อมมีความผิดฐานพยายามฆ่าบุพการี